กว่าจะมาเป็น “นักลงทุนอิสระ” อย่างทุกวันนี้ ..


สวัสดีครับ ผมกิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ หรือเรียกผมง่ายๆ ว่า “Sun” .. ผมมีเรื่องเล่าอะไรบางอย่างที่อยากจะบอกกับแฟนเพจ ทุกท่าน


เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว ผมเรียนจบ เภสัชกร ด้วยความตั้งใจของพ่อแม่ ที่บ้านมีร้านขายยา และคาดหวัง ว่าผมจะต้องสืบทอดกิจการต่อ


ทว่า .. อาของผม ได้ชวนผมเข้าไปในบริษัทเครือข่าย ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง .. ผมจึงได้เรียนรู้เรื่อง “เงิน 4 ด้าน” ของโรเบิร์ต คิโยซากิ ทำให้ผมรู้ว่า “เป้าหมาย” ของผมคือการไปอยู่ “ฝั่งขวา” ของ “เงิน 4 ด้าน” นั่นเป็น จุดเริ่มต้น ของการพยายามทุกวิถีทางของผม ที่จะมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา


แม้จะจบเภสัชกร แต่การเป็น นักธุรกิจเครือข่าย นั้นไม่ได้ง่ายดายนัก .. ผมพยายามอ่านหนังสือ ค้นหาวิธีการ และเข้าอบรม อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปีแรก ผมกลับมาทบทวนตนเอง ก็พบว่า ชีวิตเรายังไม่ไปไหนเลย !


คำว่า “Passive Income” น่ะหรือ !? โอ้ว มันช่างห่างไกล ยิ่งนัก !


หลังจากเรียนจบ และทำธุรกิจเครือข่าย เข้าปีที่ 3 ผมก็เริ่มมี “วิธี” การทำเครือข่ายที่ทรงพลังมากขึ้น เพราะสามารถประยุกต์ใช้ พลังของโลกออนไลน์ สร้างผลลัพธ์ได้ดีขึ้นมาระดับหนึ่ง


ผ่านมา 5 ปี จากเรียนจบ ผมเริ่มมี “ผลงาน” บนโลกออนไลน์ และเป็นที่รู้จักของผู้คน แม่ทีม พ่อทีม คนเครือข่าย ในยุคนั้น ผมจึงเริ่มเปิดคอร์ส เป็นอาจารย์สอนทางด้าน @Social media เพื่อทำการตลาด โดยสอนให้กับผู้ประกอบการ ต่างๆ ทั้งธุรกิจเครือข่าย และ SME ทั่วไป .. ช่วงนั้นผมได้รับงาน บรรยาย นอกสถานที่ ทั้งองค์กร ภาครัฐ และเอกชน ทำให้ผมมีประสบการณ์มากขึ้น ในเรื่องของ การตลาดออนไลน์ สำหรับโลกธุรกิจ


ทว่า เมื่อมองย้อนกลับมา ผมทำธุรกิจเครือข่าย และ ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญ การตลาดออนไลน์ ทั้งสองสิ่งนี้ กลับไม่ได้ ทำให้ “การเงิน” ของผมดีขึ้นมากมายนัก แม้ผมจะทำงานแบบ Full Time ก็ตาม … ผมกลับมาทบทวน “เป้าหมาย” ของผมใหม่ นั่นคือ #อิสรภาพทางการเงินและเวลา ที่ผมมุ่งมั่น แต่ก็ยังไปไม่ถึงสักที


ผมจึงเปิดโอกาสให้ตนเองได้ลอง “ทำสิ่งใหม่” และผมก็เริ่มต้น เมื่อต้นปี 2014


โอกาสใหม่ ครั้งนี้มาพร้อมกับ นักเรียน คอร์ส Social media marketing ของผมคนหนึ่ง ที่มานำเสนอ โปรเจกต์ การลงทุน !


ครั้งแรก ที่เขานำเสนอผมนั้น ผมบอกเขาไปตรงๆ ว่า เงินเริ่มต้น ผมยังไม่มีเลย เพราะเพิ่งเอาไปลงทุน อีก บริษัทหนึ่ง


โปรเจกต์ การลงทุน ที่เขานำเสนอผม นั้นเริ่มที่ ที่เงิน 1,000 $ (ประมาณ 34,000 บาท ณ เวลานั้น) .. ผมบอกเขาว่า “ผมไม่รู้เรื่องการลงทุน” และเงินลงทุนก็ยังไม่มีด้วย !


เขาบอกผมว่า “ผมอยากได้ อาจารย์ มาขยายตลาดกับโปรเจกต์ การลงทุน…...นี้ครับ .. ผมเชื่อว่า อาจารย์สามารถทำได้”


และสุดท้าย หลังจากที่ผมได้ฟังโปรเจกต์ นั้นจนครบถ้วน ผมก็เริ่มเห็น “แสงสว่าง” บางอย่างที่จะทำให้ผมไปสู่เป้าหมายของผมได้ .. ชีวิต การลงทุน อย่างจริงจัง ของผม เริ่มต้นขึ้นใน เดือน กพ. 2014


ทั้งๆ ที่โลกการลงทุน มันอยู่ ฝั่งขวา ของ “เงิน 4 ด้าน” ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ผมกลับมีกำแพง กับการลงทุน มาตลอดเวลาเพราะผม มีความเชื่อว่า เราต้องมีเงินเยอะๆ ก่อน เช่น 6-7 หลักขึ้นไป เราถึงจะลงทุนได้ เราจะใช้ “เงินต่อเงิน” ได้ .. แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ !!!


โลกการลงทุน เราจำเป็นต้องมี “ความเข้าใจ” มันให้ได้ก่อน แต่เราจะ “เข้าใจ” มันได้เราจำเป็นต้อง “ลงมือทำ” .. และดีที่สุด คือการเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ นั่นแแหล่ะครับ!


คุณจำเป็นต้องเริ่มต้นให้ "เร็วที่สุด!" เหมือนการขี่จักรยานน่ะครับ คุณไม่สามารถขี่มันเป็นได้ ด้วยการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว!

หลังจากที่ผมได้เริ่มต้น เมื่อ เดือน กพ. ปี 2014 ด้วยเงิน 1,000 $ เนื่องจากผมค่อนข้างที่จะมี “ทักษะ” เรื่องการขยาย ตลาด ขยาย องค์กร เพราะมีประสบการณ์ ทั้ง Network และ Social media marketing มาแล้ว เกือบ 10 ปี .. ผมจึงทำผลงาน ในการขยายตลาด ได้ค่อนข้างที่จะโดดเด่นกับ โปรเจกต์ การลงทุน นั้น .. ทำให้ผมได้รับ “ค่าคอมมิชชั่น” และนำเงินตรงนั้น มาต่อยอดลงทุนต่อ .. ทำให้ผมเริ่มที่จะใช้ “เงินต่อเงิน” ได้


บางคนอาจงง เรื่อง “ค่าคอมมิชชั่น” ผมอธิบายง่ายๆ แบบนี้ครับ เหมือนเราเป็น “Agent” หรือ "นายหน้า" น่ะครับ เราจะได้รับส่วนแบ่ง จาก โบรกเกอร์ เมื่อมีคนมาเปิดบัญชี เทรด หรือ ลงทุน กับโบรกเกอร์ที่เราแนะนำ


ชีวิตของผมดีขึ้น ทีละเล็กทีละน้อย จากจุดนี้ ผมเริ่มเลิกทำ เครือข่ายอื่นๆ ที่เคยทำ และหันมา โฟกัส กับ การเป็น Agent ในโปรเจกต์ การลงทุน อย่างเต็มตัว !


เสน่ห์ ของการลงทุนในโปรเจกต์ แบบนี้ก็คือ ผมได้รับ Passive Income ตั้งแต่ที่ผมเริ่มต้นลงทุนเลย แม้ว่าผมจะไม่ได้ทำการตลาด หรือแนะนำใครก็ตาม


การเงิน ของผมดีขึ้นเรื่อยๆ และ คนในครอบครัวของผมก็รู้สึกเช่นกัน ! ว่าผมมีความสำเร็จแล้วในระดับนึง


เวลาคนเครือข่าย พูดถึง Passive Income พวกเขาจะพูดกันในเรื่องรายได้ “ต่อเดือน” .. ใช่ครับ ! โปรเจกต์ การลงทุน ที่ผมแนะนำ โบรกเกอร์ เขาจ่าย ปันผลกำไร เป็น “ต่อเดือน” เช่นกัน!


ผ่านไป 1 ปี ผมมีรายได้ ทั้งค่า คอมมิชชั่น จากการแนะนำ โปรเจกต์ และ ปันผลกำไร ในแต่ละเดือน มากกว่า 6 หลักต่อเดือน ติดๆ กันหลายเดือน .. โอ้ว ! นี่หรือ Passive Income ! ผมมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร !?


ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่ผม หลงระเริงกับการใช้เงิน .. ผมเลือกซื้อของที่แพงที่สุด ! เข้าสปา ซื้อ สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ล่าสุดด้วยเงินสด ... บัตรส่วนลด ที่แต่ก่อนเคยใช้ ตอนนี้ ไม่เคยมองเลย


จาก ก.พ. 2014 - กลางๆ ปี 2015 ผมทำกำไร จาก โปรเจกต์ นี้ เป็นจำนวนหลายล้านบาท (ไม่ต้องพูดถึงผู้แนะนำผมนะครับ เขาทำกำไร มากกว่าผมหลายเท่าทีเดียว !)


โปรเจกต์เดียว “เปลี่ยนชีวิต” ทางการเงิน กันเป็นหลักร้อยคน ! เท่าที่ผมได้อยู่กลุ่ม คนสำเร็จ .. พวกเขาเปลี่ยนชีวิต ทางการเงิน กันเลยทีเดียว! หลายคนมีเงินในบัญชี 8 หลัก !! ให้ตายเถอะ! เพียงแค่ 1-2 ปี เพียงแค่ “โปรเจกต์ การลงทุน” เดียว พวกเขาเปลี่ยนชีวิต!


แต่ทว่า .. วงการการลงทุน ที่ให้ผลตอบแทนสูงเป็น “รายเดือน” แบบนี้ ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีปัญหา


เมื่อผมมีเงิน แน่นอนว่า สิ่งหนึ่งที่ผมเคยศึกษามาจากหนังสือการลงทุนต่างๆ คือ การกระจายพอร์ตลงทุนไปที่อื่นๆ บ้าง !


โปรเจกต์แรก ที่ผมลงทุน เขาจ่าย ปันผล กำไร เฉลี่ย เดือนละ 4-8% ลองคิดดูสิว่า เวลาผม ลงทุน ในโปรเจกต์ ต่อๆ ไป ผมจะเล่น ปันผล กำไร ที่มากหรือน้อยกว่า ?


ใช่แล้ว ! ผมต้องเลือกที่มันมากกว่า ! ผมกระจายการลงทุน ในอีกหลายโปรเจกต์ ทั้งหลักแสน หลายแสน จนถึง หลักล้าน ! โดย ปันผลกำไร อยู่ที่ 5-30% ต่อเดือน ! .. ผลลัพธ์น่ะหรือ !? ส่วนใหญ่ เจ๊งสิครับ ! 55555


แต่ผมคิดถึงคำของ เจ้าสัว ธนินท์ ที่ว่า "ถ้าคุณทำ 10 อย่าง สำเร็จเพียง 3 อย่างก็ถือว่าเก่งแล้ว ทำเยอะก็ยิ่งผิดเยอะ แต่คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย" … ถ้อยคำนี้ ปลอบใจผมได้ดีทีเดียว

ผมลองผิด ลองถูก บาดเจ็บ จนช่วงนึง มึนไปเหมือนกัน ! ผมสูญเงิน เสียหายหลายล้านบาท! .. ความเจ็บปวด ที่น่าเศร้าใจมากที่สุดคือ ตอนที่เราแนะนำ โปรเจกต์ การลงทุน ให้กับ คนในครอบครัว ของเราเอง และ สุดท้าย ต้อง สูญเงินทั้งหมดไป!

ในเรื่องการลงทุน ผมทำหน้าที่เป็น Agent และเมื่อผมพูดเรื่องการลงทุน ในงานสัมมนา ผมไม่เคยที่จะ “รับประกัน” ใคร กับการลงทุน ในทุกโปรเจกต์ กฏของกลุ่มเรา คือ คนที่ลงทุนต้องใช้ “เงินเย็น” ในการลงทุน และ รับความเสี่ยงด้วยตนเองได้ ..


ในกรณี เกิดเหตุไม่คาดคิด การลงทุนนั้น ปิดตัวไป ผมจะทำหน้าที่ตามเงิน ให้ถึงที่สุดเช่นกัน


ในช่วงปี 2015 -2016 เป็นช่วงที่ผม ได้ทำหน้าที่ และตามเงินที่ถูกโกงไป ไม่ว่าจะเป็น โรงพัก กองปราบ DSI ร้องขอความช่วยเหลือจาก ทหาร ขึ้นศาล จนถึง จ้างทนาย .. ผมทำมาทุกอย่างแล้ว ! ตอนนี้ เลยมีคอนเนคชั่น และรู้ กฏหมายเพิ่มเติม เยอะเลยทีเดียว!

ช่วงเวลานี้ ทำให้ผมได้มีบทเรียนเยอะมาก .. ยามที่เรามั่งมี มีเพื่อนหลาย ๆ คนเดินเข้ามาในชีวิตเรา แต่ยามเราวิกฤติ เราได้เห็นเลยว่า “เพื่อนแท้” คือใคร !?


ไอนสไตน์ กล่าวว่า “คนที่ไม่เคยทำผิดพลาด คือ คนที่ไม่เคยทำอะไรใหม่ ๆ”


ผมเชื่อในคำสอนนี้ตลอดมา .. มันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะทำ “สิ่งใหม่ ๆ” แล้วจะไม่ให้ผิดพลาดเลย !


จากจุดวิกฤติทางการเงิน ความล้มเหลวที่ผ่านมา ทำให้ผมได้ “ประสบการณ์” และมี ตรรกะ ในการวิเคราะห์ โปรเจกต์ การลงทุนมากขึ้น ทำให้ผมผิดพลาดน้อยลง และ พอร์ต การลงทุนของผม กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง


ปี 2016 อิสรภาพทางการเงินและเวลา ของผมกลับมาอีกครั้ง ผมมี Passive Income แบบพอเลี้ยงตัวได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ฟู่ฟ่า เหมือนตอนที่ รุ่ง ๆ ช่วงปี 2014 แต่ผมกลับรู้สึกว่า ตนเองเติบโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้น รู้จักใช้เงินมากขึ้น บริหารการเงินได้ดีขึ้น และสามารถเลือกลงทุน ในโปรเจกต์ ที่น่าสนใจ ได้เฉียบคมขึ้น ...

จนถึงวันนี้ ผมจึงได้เส้นทางสายใหม่ในการสร้างธุรกิจ ซึ่งผมเรียกมันว่า "Passive Income Business" และทำให้ผมสามารถยืนหยัดในโลกการลงทุน ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวม 26 คำคม เพจ "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" ที่คนแชร์มากที่สุดเดือน สิงหาคม - ตุลาคม

รวม "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" เรื่อง "ความซื่อสัตย์"

3 คำถามที่ทำให้เกิด Big Idea

ปรัชญาในการดำเนินชีวิตของผม

วิธีหยุดนิสัย...ซุบซิบนินทาของคนอื่นในทันที !!