โลกธุรกิจเครือข่าย VS. โลกการลงทุน

เราลองมาดูกันครับ ว่า 2 ฺBusiness Model นี้แตกต่างกันอย่างไร ? และ ท่านจะ "เลือก" อะไรที่เหมาะกับ ตัวของท่านเอง ?

ความแตกต่าง เรื่องที่ 1 คือ "การเริ่มต้น"

Network => เริ่มต้นด้วยเงินทุนที่ต่ำ
Investor => เริ่มต้นด้วยเงินทุนสูง 

การเริ่มต้น ผมเข้าใจ มาโดยตลอดว่า โลก Invest นั้นต้องสร้างรายได้ Passive จากธุรกิจ Network สัก 6 หลักก่อน และมีเงินทุน 6 หลักขึ้นไป ถึงจะเริ่มต้นไป สู่ฝั่งขวา ของ เงิน 4 ด้าน ... ตลอด 8 ปี ที่ผ่านมา ผมจึงแทบ ไม่ได้ ศึกษา การลงทุน เลย แม้จะอ่านหนังสือมากมายก็ตาม ..

ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ผมเข้าใจผิดมาตลอด! ... เพราะ เราสามารถ ก้าวสู่โลกการลงทุน ด้วยเงินทุนเริ่มต้น เพียงนิดหน่อยก็ได้ ไม่ต่างจากธุรกิจ Network เช่นกัน .. ขอเพียง เราไม่หยุดที่จะเรียนรู้ และเข้าอบรมอย่างสม่ำเสมอ 

หลังจาก เข้าใจผิด ผมได้แนวคิดคือ .. ไม่ใช่เรื่องของ "เงินทุน" แต่เป็นเรื่องของ "ความรู้ และ ความเข้าใจ" เพราะ ธรรมชาติ ของมนุษย์ ก็คือ เราจะทำในสิ่งที่เรามี "ความเข้าใจ" แต่จะเข้าใจได้ ก็ต่อเมื่อเรา "ลงมือทำ" เท่านั้น .. 

"อ่านอย่างเดียว แล้วไม่ทำ คือเรื่องเพ้อฝัน .. แต่ถ้าทำ อย่างเดียว แล้วไม่อ่าน คือเรื่องอันตราย"

จงอ่าน เพื่อที่จะรู้ จงทำ เพื่อที่จะเข้าใจ .. เมื่อทำเช่นนี้ได้ ท่านจะสำเร็จ

ความแตกต่างเรื่องที่ 2 คือ "Passive Income"

ถ้าถาม 100 คน ที่เข้าสู่ Network ก็คงจะตอบกันทั้งหมดว่า ต้องการ Passive Income

Network => การจะมี Passive Income คือ ต้องทำให้ ทีม หรือ องค์กร ของเราเติบโต แล้วพวกเขาเหล่านั้น สามารถ สอนงาน และรันระบบ องค์กรต่อๆ ไปได้ โดย ไม่ต้องมีเราอยู่ .. ทว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบอย่าง Network ก็คือ (1) การพัฒนาคน (2) การโยกย้ายเปลี่ยนบริษัท

Model อย่าง Network มีข้อดีก็คือ เราจะได้ พัฒนา "ทักษะด้านคน" เพราะเราต้องทำงาน กับ "คนใหม่ๆ" อยู่ตลอดเวลา ... ถ้าอยู่ในวงการนี้มากพอ เราจะเข้าใจว่า "ทักษะด้านคน" นี้ มีความสัมพันธ์ กับอีกหลายๆ มิติในชีวิตเรา ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม .. และทักษะด้านนี้ จำเป็น เป็นอย่างมาก ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ ในทุกๆ เรื่องที่เราทำ

ทว่า .. เมื่อมองในมุม Passive ในวงการนี้ .. การพัฒนาคน นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะ กว่าจะทำให้คนนั้น ทำงานแทนเราได้ นั้นต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการพัฒนา ทั้งอารมณ์ ความคิด ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา...สิ่งเหล่านี้ ล้วนต้องการ "เวลา" ในการบ่มเพาะ และหลายๆ ครั้ง ที่ขั้นตอนการบ่มเพาะ นั้นไม่ทำให้เกิด รายได้เพียงพอกับการใช้จ่ายใน เส้นทางเดินสู่ Passive Income .. ผู้คนจึงล้มหายตายจากธุรกิจ และ จากเราไปด้วยความเจ็บปวด

ไม่เพียงเท่านั้น บางครั้ง เราเจอคนที่ "ใช่" ที่มีความพร้อม ทุกๆ อย่าง ทั้ง ทักษะและความสามารถ เขาคนนั้น เติบโตขึ้น เป็นคนที่พัฒนาแล้วจนเป็น แม่เหล็กดึงดูด .. เรา "เข้าใจผิด" ว่าเขาจะเป็น Human Asset (ทรัพย์สิน) ของเรา .. แต่ท้ายที่สุด เขาคนนั้น ก็สามารถ ย้ายค่ายได้ อีกเหมือนกัน ..

เพราะความจริง ในโลกธุรกิจ Network ... ผู้นำที่ โดดเด่น มักจะถูก Offer เสมอๆ กับ "โอกาส" ที่ใหม่กว่า สดกว่า แรงกว่า .. และหลายๆ ครั้ง เมื่อโดน Offer แล้ว พอย้ายค่าย ก็จะย้ายแบบทั้งทีม ส่งผลให้ คนทำ Network จะมี Passive จริงๆ นั้นเป็นไปได้น้อยมาก

มาดูทางฝั่ง Invest กันบ้าง

ข้อดี ของ Model อย่าง Invest ในเรื่อง Passive ก็คือ เราสามารถ ที่จะมี Passive Income ได้เลยตั้งแต่เริ่มต้น ที่ลงทุน โดยที่ไม่ต้องรอให้ทีมงานเก่ง หรือทำงาน แทนเราได้ เพราะมีคนบริหารจัดการเงินของเราให้ทั้งหมด ...แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น จะได้ Passive เท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่า.. เรามีเงินลงทุนเท่าไหร่ และ ท่านได้เลือก บริษัท ที่ท่านจะเป็น "หุ้นส่วน" ได้ดีเพียงใด

ข้อเสีย ก็อย่างที่เรารู้ๆ กัน เป็นเรื่องของ "ความเสี่ยง" .. เสี่ยงในการสูญเงินลงทุน เมื่อเรา ตัดสินใจผิดพลาด .. ตรงนี้ เราต้องแก้ไขด้วยการมี "ข้อมูล" ความรู้ ให้มากที่สุด .. ไป "คลุกคลี" กับ "ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน" ที่เขามีประสบการณ์ จนถึง พบปะเจ้าของบริษัท รับรู้แนวคิด วิธีคิด ทัศนคติ.. ซึ่งถ้าเรา "เข้าถึง" กลุ่มคนเหล่านี้ได้ "ความเสี่ยง" เราก็จะลดลงไปได้มาก

ความเสี่ยงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราไม่เข้าใจ ในสิ่งที่เรากำลังทำ .. เราต้องศึกษา บริษัท ที่เราจะลงทุน ไม่ว่าเราจะลงทุนในรูปแบบไหน ทุกสิ่งอย่างล้วนมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป  

เคยมีคนถามกันเล่นๆ ว่า ระหว่าง เอาเงินไปลงทุน กับ เอาเงินไปให้เพื่อนยืม แบบไหน เสี่ยงกว่ากัน ? คำตอบคือ ให้เพื่อนยืม เสี่ยงกว่า เพราะ ถ้าเพื่อนเชิดเงิน คือ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเพื่อน ... แต่ถ้าบริษัทที่เราลงทุน เจ๊ง หรือปิดไป เราก็จะเสียแค่เงิน ^^ ขำๆ นะครับ 5555555++

ในโลกธุรกิจ ยุคนี้ ผมมีความเชื่อว่า เรา ฉลาด มากขึ้น อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะผลกระทบจากการเข้าถึงเทคโนโลยี .. เรามีอาจารย์กูเกิ้ล คอยชี้ทางให้กับเรา ธุรกิจอย่าง Network ก็ปรับประยุกต์ไปตามกาลเวลา มี Business model แบบ Network รวมกับ Invest เข้าด้วยกันมากมาย และเป็นเทรนด์ ของคนทำ Network ยุคนี้

เสน่ห์ ของ Business Model แบบนี้ ก็คือ มันตอบโจทย์ ทั้งนักลงทุน และนักเครือข่าย ได้เป็นอย่างดี

นักลงทุน ที่มีเงิน เยอะๆ อยู่แล้ว แค่ลงทุน ก็ Passive ไปตลอดได้ หากเลือก บริษัท ที่บริหารจัดการเงินได้ถูกต้อง และพื้นฐาน ของบริษัทดี

ส่วนนักเครือข่าย ก็ไม่ต้องกังวล กับการพัฒนาคน ไม่ต้องรอให้คนๆ นั้นเก่ง ถึงจะดูแล องค์กร ให้ไปต่อได้ ไม่ต้องกลัวเรื่องการโยกย้ายสายงาน เพราะ เกมส์ Passive รูปแบบนี้ สามารถชนะ ตั้งแต่เริ่มต้นเลย 

ผมเองได้มีส่วนเข้าไปโลกการลงทุน เมื่อ 8 เดือนที่แล้ว จาก ผู้เชี่ยวชาญด้าน อสังหาฯ ท่านหนึ่ง ... ทุกวันนี้ ผมยังขอบคุณเขาผู้นั้นเป็นอย่างมาก ที่มอบทางสว่างให้ผม ... และ ผมยังขอบคุณตัวเอง ที่โพสต์ คำคมผู้นำ มาตลอด จนคำคมเหล่านั้นเป็นเครื่อง "เตือนสติ" ยามที่ผมเดินทางผิดที่จะเป็นคนไม่สำเร็จ

ไอนสไตน์ กล่าวว่า "หากทำแต่สิ่งเดิมๆ แล้วหวังจะให้ผลลัพธ์นั้นเปลี่ยนแปลง แสดงว่าเราวิกลจริตแล้ว!"

ผมทำแต่ Network มา 8 ปี แต่ ฐานะการเงินของผม ไม่เคยสัมผัส Passive ได้จริงๆ ดังเช่นวันนี้ เลยจริงๆ ทั้งๆ ที่เข้าสู่โลกการลงทุนได้เพียงแค่ 8 เดือน

"ความเสี่ยง อาจทำให้เราผิดพลาดบ้าง
แต่นั่น ย่อมนำมาซึ่ง ความฉลาด ที่เพิ่มขึ้นของเรานั่นเอง"

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวม 26 คำคม เพจ "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" ที่คนแชร์มากที่สุดเดือน สิงหาคม - ตุลาคม

รวม "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" เรื่อง "ความซื่อสัตย์"

ปรัชญาในการดำเนินชีวิตของผม

3 คำถามที่ทำให้เกิด Big Idea

วิธีหยุดนิสัย...ซุบซิบนินทาของคนอื่นในทันที !!