มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้สร้างอาณาจักร Facebook


จนถึงวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเฟซบุ๊ค ความร้อนแรงของเฟซบุ๊คทำให้มีผู้ใช้เกินกว่า 550 ล้านรายชื่อ !! แล้วในขณะนี้ และจากการจัดอันดับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่ร่ำรวยที่สุดของนิตยสารฟอร์บส์ ครั้งที่ผ่านมา 


หากนับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก นั้นมีทรัพย์สินเป็นอันดับ 1 ซึ่งมีทรัพย์สินรวมทั้งหมด 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งในขณะนั้นเจ้าหนุ่มคนนี้มีอายุเพียงแค่ 24 ปี

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค

มาร์ค เกิดวันที่ 14 พฤษภาคม 1984 เขาเรียน คอมพิวเตอร์ โปรแกรม และผู้ประกอบการ ที่ฮาวาร์ด แต่ไม่ทันเรียนจบ ก็ลาออกมาเปิดเวบไซต์ที่ชื่อว่า www.facebook.com เป็นชุมชนออนไลน์ หรือ Social-Networking Site เป็นการเดินตามรอย บิลล์ เกตส์ ที่ลาออกจากฮาร์วาร์ดมาเปิดไมโครซอฟต์ 

เพียง 3 ปี มาร์ค สามารถทำให้เวบไซต์ของ เป็นที่นิยมติดอันดับ 6 อเมริกา มีคนสมัครเป็นสมาชิก 19 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่ติดอันดับ 500 ของฟอร์บ และเป็นเวบที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเว็บที่ผู้ใช้ Upload รูปขึ้นไปเก็บไว้มากเป็นอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ...โดยมีจำนวนรูปที่ถูก Upload มากถึง 6 ล้านรูปต่อวัน และกำลังเริ่มจะเป็นคู่แข่งกับ Google และเว็บยักษ์ใหญ่อื่นๆ ในการดึงดูดวิศวกรรุ่นใหม่ใน Silicon Valley นักวิเคราะห์คาดว่า Facebook จะทำรายได้ 100 ล้านดอลลาร์ในปี 2008 

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2550 มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ได้สร้างระบบโฆษณาบนเฟซบุ๊ก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแบ่งปันข้อมูลในเฟซบุ๊กเพื่อกิจกรรมการซื้อขาย โปรแกรมนี้ชื่อบีคอน (Beacon) แต่มาในช่วงหลังโปรแกรมของเฟซบุ๊กก็ถูกโจมตีมากเพราะไม่สามารถปกป้องความลับส่วนบุคคลได้และก็เป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องกัน จนกระทั่ง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ต้องออกมาแถลงเพื่อปรับปรุงให้โปรแกรมมีคุณลักษณะที่สามารถช่วยปกป้องความลับส่วนบุคคลได้ดีขึ้น    

เรื่องที่ทำให้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เกิดปัญหาก็คือ เรื่องที่เพื่อนของเขาในกลุ่ม คอนเนคยู (Connect U) ได้ฟ้องศาลในปี 2547 กล่าวหาว่าเขาเอาแนวคิดการสร้างเฟซบุ๊กมาจากกลุ่มนี้ ขณะที่เพื่อนกลุ่มนี้จ้างเขาเขียนโปรแกรมสร้างบริการเครือข่ายสังคมแบบเดียวกัน ในที่สุดคดีจบลงด้วยการที่เฟซบุ๊กยินยอมจ่ายเงินให้ประมาณ 2,000 ล้านบาท ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2551

ในปี 2551 นายมาร์ค คว้าตำแหน่งผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี และปี 2552 ในตำแหน่งหนุ่มที่รวยและอายุน้อยที่สุดในอเมริกา...นายมาร์คจึงเป็นหนุ่มเนื้อโสดเนื้อหอมเป็นอย่างยิ่ง ชื่อของนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก จะโด่งดังเป็นพลุแตก เมื่อภาพยนตร์ที่สร้างจากชีวประวัติของเขาเรื่อง “The Social Network” ออกฉายในปีนี้ 
 
Facebook มีรายได้ส่วนใหญ่จากการโฆษณาและผู้อุปถัมภ์ Apple เป็นผู้สนับสนุนรายแรกๆ ส่วนลูกค้ารายใหญ่คือ Microsoft ซึ่งจะลงโฆษณาบน Facebook ไปจนถึงปี 2011 
นอกจากนั้นยังมี JPMorgan Chase และ Southwest และ Facebook ยังเพิ่งตกลงที่จะทำ Facebook Diaries รายการชุดที่จะฉายทั้งในเว็บ Facebook และ Ziddio.com เว็บ Video-Uploading ของ Comcast รวมทั้งขายผ่านบริการ Vidio-on-Demand ของ Comcast ด้วย 

ปัจจุบันเฟซบุ๊กมีมูลค่า 130,000 ล้านบาท ทำให้เขาซึ่งปัจจุบันอายุเพียง 26 ปี เป็นคนอายุน้อยที่สุดที่รวยที่สุดคนหนึ่ง


ข่าวล่าสุด มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก มีทรัพย์สินมากกว่า 2 แสนล้านบาท !! ซึ่งนั่นเทียบเท่ากับคุณธนินท์ เจียรวนนท์ มหาบุรุษที่รวยที่สุดในเมืองไทยเลยทีเดียว


นอกจากนั้น มาร์ค ยังพูดอย่างมั่นใจอีกว่า "1000 ล้านคน ไม่พลาดอย่างแน่นอน"

---------------------------------------------------
"สตีฟ จ็อบส์ เคยบอกว่า เพื่อที่จะทำในสิ่งต่างๆที่เราทำอยู่นี้ได้ 
เราต้องรักสิ่งที่เราทำเอามากๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่สมเหตุสมผลเลย 
ที่ต้องทำขนาดนี้ เห็นด้วยเลยครับ เพราะเราทำงานกันหนักจริงๆ
 กว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ คุณคงไม่ยอมเสียเวลามากขนาดนี้ 
ทำสิ่งที่หนักขนาดนี้ เพื่อสิ่งที่มันไม่สำคัญกับชีวิตของคุณหรอกจริงไหม"
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

เหตุใดจึงสำเร็จและร่ำรวยระดับโลก ?

1) มาร์ค ทำในสิ่งที่ตนเองรักอย่างสุดหัวใจ
2) ทำในสิ่งที่แตกต่างจากเว็บเครือข่ายสังคมทั่วไป โดยใช้คนจริงๆ เปิดเผยข้อมูลหรือตัวตนจริงๆ
3) มาร์ค มีวิสัยทัศน์กว้างไกล โดยมองว่าเฟซบุ๊ค เป็นอะไรได้มากกว่าแค่โปรไฟล์ส่วนบุคคลที่ใช้ในการพูดคุย
---------------------------------------------------------
"คุณเชื่อเหมือนผมไหมว่า เงินมากๆ มาจากการบริการคนที่มากๆ วันนี้หากคุณทำธุรกิจ คุณจะปฏิเสธ หรือไม่ใช้อินเตอร์เน็ตไหมล่ะ ???"

ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ (ซัน)
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายสีขาว

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวม 26 คำคม เพจ "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" ที่คนแชร์มากที่สุดเดือน สิงหาคม - ตุลาคม

รวม "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" เรื่อง "ความซื่อสัตย์"

ปรัชญาในการดำเนินชีวิตของผม

3 คำถามที่ทำให้เกิด Big Idea

วิธีหยุดนิสัย...ซุบซิบนินทาของคนอื่นในทันที !!