ประวัติผู้เขียนบล็อก

สวัสดีครับ ผมภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ มีชื่อเล่นว่า"ซัน (Sun)" ...ผมเป็นลูกคนที่ 4 เป็นคนสุดท้ายในพี่น้องทั้งหมด 4 คน...ผมเกิดและโตใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี...ครอบครัวของผมทำธุรกิจร้านขายยาเล็กๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์

สมัยที่ผมยังเรียนอยู่ที่โรงเรียน ผมเป็นคนที่ชอบเล่นฟุตบอลและเกมส์ฟุตบอลวินนิ่งมาก...เมื่อมีการจัดการแข่งขันทั้งในสนามจริงและในเกมส์ ผมมักจะเข้าร่วมแข่งขันอยู่เสมอ...สิ่งที่แตกต่างกันก็ืคือ การแข่งขันในสนามจริง ทีมผมมักจะตกรอบแรก ส่วนในเกมส์ผมมักจะได้แชมป์...ส่วนเรื่องการเรียนนั้นไม่ต้องพูดถึง เกรดเฉลี่ยของผมอยู่ระดับต่ำถึงปานกลางมาตลอด...ซึ่งผมยอมรับว่าเป็นเด็กที่ติดกิจกรรมต่างๆมากกว่า

ผมเป็นคนที่มีความช่างคิดช่างฝันตั้งแต่เด็กๆ สมัยมัธยมต้นผมคิดจะเป็นจิตรกร แต่ที่บ้านผมขายยาเมื่อเข้ามัธยมปลายผมจึงตามใจป๊า ว่าต้องเข้าเรียนสายวิทย์...พอเข้ามัธยมปลายผมมุ่งมั่นจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ...แต่แล้วเมื่อไปคัดตัวตามที่ต่างๆ ผมก็ยังตกรอบและมีทักษะที่สู้นักบอลเก่งๆไม่ได้ ได้แต่เล่นเป็นนักฟุตบอลประจำชั้น - -

กิตติชาญ

พอเข้าเรียนมหาลัยในเรื่องของการแข่งฟุตบอลในสนามจริงผมยังคงได้เล่นอยู่เหมือนเดิมกับกีฬามหาชนอย่างฟุตบอล เป็นนักกีฬาของคณะและมหาวิทยาลัย แพ้บ้าง ชนะบ้างตามประสา...สิ่งสำคัญก็คือทำให้ผม "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" และได้มิตรภาพอีกมากมาย

ในปี 2002 ขณะเรียนปี 1 ผมเริ่มรู้จักการใช้ "อินเตอร์เน็ต" (จริงๆแล้วผมควรจะใช้เป็นก่อนผมจะเข้าปี 1 มานานละ แต่เนื่องจากในสมัยเรียนมัธยม ผมใช้คอมพิวเตอร์เล่นเกมเป็นอย่างเดียว - -)...ในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแข่งเกมส์วินนิ่ง...สื่อนิตยสารเกมส์ ที่ผมเคยอ่านเพื่อหางานแข่งเกมส์สมัยเรียนมัธยมเปลี่ยนมาเป็นสื่ออินเตอร์เน็ตที่ผมได้ใช้ค้นหาข้อมูล ทำให้หางานแข่งได้รวดเร็วกว่า ชัดเจนกว่า ทั้งยังมีโต้ตอบผ่านเว็บบอร์ด ทำให้ผมเริ่มมีสังคมใหม่ทั้งยังติดตามข่าวสารได้อย่างไม่พลาดไม่ว่าจะมีงานแข่งเกมส์ที่ไหนจัด

ผมเริ่มแข่งเกมส์วินนิ่งระดับประเทศตั้งแต่ปี 1 เป็นต้นมา เงินรางวัล ของรางวัล มีตั้งแต่หลักพันจนไปถึงหลักล้าน !!...สถานที่จัดแข่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามผู้สนับสนุนและผู้จัดงาน...คนที่มาแข่งมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันคนในแต่ละรายการ...สมัยแข่งขันแถวบ้าน การคว้าแชมป์ผมมักทำได้อย่างต่อเนื่อง...แต่พอถึงระดับประเทศ...ผมล้มลุกคลุกคลานมาตลอด

สามปีแรกผมตกรอบโดยที่ยังไม่ได้ของหรือเงินรางวัล...แถมหลายๆครั้ง ยังต้องเสียเงินค่าสมัคร เสียเวลาแข่งหลายวัน เสียค่าเดินทาง...หากเปรียบเทียบว่านี่คือธุรกิจที่ผมทำ ผมคงเจ๊งมาตลอด...แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมย่อท้อ เพราะผมไปแข่งด้วยความสนุกและรักในเกมวินนิ่งจริงๆ...ผมปรับปรุง พัฒนาการเล่นอยู่อย่างสม่ำเสมอ...จนกระทั่งตอนที่ผมเรียนอยู่ปี 4 (ปี 2005) ผมไปแข่งและได้เป็นแชมป์ประเทศไทย !!

กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์
บรรยากาศการแข่งเกมส์ที่ MCC Hall เดอะมอลบางกะปิ

กิตติชาญ
นัดชิงชนะเลิศวินนิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของผม

ซัน แชมป์วินนิ่งประเทศไทย
แชมป์ประเทศไทย !! สำเร็จจนได้

การได้แชมป์ประเทศไทยทำให้ผมรู้ว่า หากได้ทำสิ่งที่ชอบแล้วพยายามอย่างไม่ล้มเลิก ซักวันนึงต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

เป็นโชคดีของผม ที่ปีนั้นเป็นปีแรก ที่ทางผู้จัดจะพาผู้ชนะเลิศการแข่งขันไปแข่งชิงแชมป์อาเซียน ที่มาเลเซีย และชิงแชมป์โลกที่พิพิธภัณฑ์ลูฟ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส...ซึ่งทุกอย่างฟรี !! ทั้ังมีเงินรางวัล รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สเปคระดับ 3 หมื่นบาท ณ ขณะนั้น...นอกจากนั้นยังได้มิตรภาพดีๆ อีกมากมายเช่นเคย

สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนที่มาเลเซีย ผมยังคงได้แชมป์อีกครั้ง (ขอเสียงปรบมือนิดนึงครับ ^.^)...ในขณะที่การแข่งชิงแชมป์โลกที่ ประเทศฝรั่งเศส ผมตกรอบแรก T^T...ทำให้ผมได้รู้ว่า โลกนี้ยังมีคนเก่งกว่าเราอีกมากมาย...และหากเราไปได้ไม่ถึงแชมป์โลก เส้นทางอาชีพสายเกมเมอร์ก็คงไม่มีอนาคตที่ดีได้แน่...เพราะแต่ไหนแต่ไรมา คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเกมส์ไร้สาระมาตลอด...และถ้าขาดการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ อาชีพเกมเมอร์ก็คงไม่มีอนาคตในเมืองไทย

ซัน แชมป์วินนิ่งอาเซียน !!
แชมป์อาเซียน อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ

หลังจากปี 2005 ก็ไม่มีผู้จัดเกมส์วินนิ่งที่ไหนอีกที่จะพาไปแข่งขันในรายการระดับโลกอีก...มีแต่รายการชิงเงินรางวัลหรือเครื่องเกมส์ทั่วไป...ในช่วงนั้นผมก็ยังไปแข่งวินนิ่งรายการระดับประเทศอีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกิจกรรมพบปะเพื่อนฝูงหรืองานอดิเรกไป...ได้แชมป์บ้าง ไม่ได้บ้าง คละเคล้ากันไป...

ปี 2007 ผมจบการศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ผมได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ธุรกิจเครือข่ายยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่ง...ผมเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่ายด้วยความท้าทายใหม่ๆ ความฝันอันยิ่งใหญ่...เป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับธุรกิจมหัศจรรย์

ทำไมต้องธุรกิจเครือข่าย ?

โอกาสที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจนี้นั้นมากมายจนไม่อาจปฏิเสธได้สำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกับอิสรภาพในการทำงาน

ธุรกิจเครือข่ายเปรียบเสมือนโรงเรียนสอนชีวิต...ผมเริ่มอ่านหนังสือแนว พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ บริหารธุรกิจ จิตวิทยา การขาย การตลาด...และนิตยสารธุรกิจอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง...ผมเข้าอบรมในธุรกิจเครือข่ายหลายบริษัท คอร์สอบรมพัฒนาเพิ่มศักยภาพในด้านต่างๆ ฟังซีดี เข้าฟังนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ...การเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายทำให้ชีวิตของผม เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ต้นปี 2010 หลังจากล้มลุกคลุกคลานกับธุรกิจเครือข่ายหลายบริษัท ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยวิธีการทำงานแบบออฟไลน์...ผมไ้ด้ค้นพบว่ามี "ระบบการตลาดแบบดึงดูด (Attraction Marketing)" ที่ใช้พลังของอินเตอร์เน็ต เข้ามาช่วยเพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสมัครร่วมธุรกิจกับเรา...โดยที่เราไม่ต้องโทรตาม ไม่ต้องตื้อ ไม่ต้องขาย...อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ"ธุรกิจเครือข่าย"ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด ได้พลังอันยิ่งใหญ่จากอินเตอร์เน็ตเข้ามาทำงาน

-------------------------------------------

"จุดประสงค์ในชีวิตของเราคือการเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตของผู้คน
ในยุคนี้และยุคต่อๆไป"
บัคมินเตอร์ ฟูลเลอร์

"ในยุคต่อๆไป ถ้าหากคุณไม่เรียนรู้การใช้งานอินเตอร์เน็ตในเชิงธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เชื่อไหมว่าไม่ว่าคุณจะทำอะไรคุณจะพบแต่ปัญหา แต่หากคุณเรียนรู้แล้วพัฒนาทักษะในการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง เชื่อได้เลยว่าเงินจะไหลมาหาคุณได้ง่ายดายกว่าคนยุคก่อนๆอย่างเทียบกันไม่ได้"


ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ (ซัน)
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายสีขาว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวม 26 คำคม เพจ "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" ที่คนแชร์มากที่สุดเดือน สิงหาคม - ตุลาคม

รวม "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" เรื่อง "ความซื่อสัตย์"

ปรัชญาในการดำเนินชีวิตของผม

3 คำถามที่ทำให้เกิด Big Idea

วิธีหยุดนิสัย...ซุบซิบนินทาของคนอื่นในทันที !!