โอกาสในธุรกิจเครือข่าย ตอนที่ 2

ผมเคยเขียนถึง "เงิน 4 ด้าน" และให้ดูแผนภาพมาบ้างแล้ว ครั้งนี้อยากจะอธิบายให้กระจ่างชัดอีกครั้ง

Photobucket

E (Employee) = ลูกจ้าง

S (Self-employed หรือ Small Business Owner) = เถ้าแก่หรือเจ้าของกิจการขนาดเล็ก

B (Business Owner) = เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ หรือแฟรนด์ไชส์

I (Investor) = นักลงทุน

รายได้ของคนทุกคนบนโลกจะมาจาก 4 ด้านนี้ กล่าวคือ หากวันนี้คุณทำงานอยู่ในบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นประธานบริษัทหรือแม่บ้านก็ตาม รายได้ของคุณมาจากด้าน E เพราะ "ประธาน"ก็ยังไม่ใช่ "เจ้าของ"....คนกลุ่มนี้มักจะมีคำพูดประมาณว่า "ฉันต้องการงานที่มีรายได้มั่นคง" "มีวันหยุดกี่วัน" "ค่าโอทีชั่วโมงละเท่าไหร่"

ถ้ารายได้ของคุณมาจากการเปิดร้านขายยา ร้านอาหาร คลีนิค ร้านขายอะไหล่รถยนต์ ร้านเช่าหนังสือ นั่นแสดงว่ารายได้ของคุณมาจากด้าน S .....ส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจด้าน B เกิดขึ้นโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปทำงานเอง เช่น เจ้าของเครือเซนทรัล,เจ้าของเครือสหพัฒน์, เจ้าของแฟรนไชส์ 7-11 ....เพราะ มี"ระบบการทำงาน" และมีพนักงานทำงานแทนคุณ

รายได้ที่มาจากด้าน I อาจมาจากการมีอสังหาริมทรัพย์ปล่อยเช่า ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน ตึกอาคารพาณิชย์ คอนโด หรือรายได้ที่มาจาก การลงทุนในหุ้น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ ลงทุนในทอง โกลฟิวเจอร์ และอื่นๆ....

ผมเคยเรียนรู้แผนภาพนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว แผนภาพนี้ทำให้ผมตระหนักในเป้าหมายที่จะเดินเสมอมา และทำให้ผมไม่หลงทางไม่ว่าจะมองไปที่ธุรกิจใดๆ

เมื่อสมัยที่เราเป็นเด็ก เรามักจะได้ยินผู้ใหญ่พูดและสั่งสอนกันว่า "เรียนให้จบสูงๆ เพื่อที่จะได้มีงานทำที่ดีๆ เงินเดือนเยอะๆ"...สิ่งนี้ใช่หรือไม่ที่พวกเราเคยถูกโปรแกรมเข้าสมองเรา และเราก็มักจะเชื่อว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุด

โอกาสที่ 2 ก็คือ โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ฝั่งขวาของเงิน 4 ด้าน


มีผู้คนมากมายบนโลกนี้ที่มีความฝัน อยากทำงานในสิ่งที่ตนเองชอบ การท่องเที่ยวเที่ยวไปยังที่ต่างๆรอบโลก การได้ช่วยเหลือผู้อื่น ได้ช่วยครอบครัวให้อยู่กันอย่างสุขสบาย ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณ...แต่เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ เราก็มักจะได้เห็นความเป็นจริงว่า แค่ทำงานเลี้ยงชีพเราและใช้จ่ายให้เพียงพอกับความต้องการของเราก็ลำบากมากอยู่แล้ว ไหนจะหนี้บัตรเครดิต ไหนจะต้องไปเที่ยวกับเพื่อนๆกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ไหนจะซื้อสิ่งของที่เราอยากได้ ไหนจะต้องผ่อนรถ และอื่นๆ....อีกมากมาย

เราก็มักจะเห็นได้ยินคำว่า "ผมเบื่อมากกับการทำงาน" "เมื่อไหร่่ฉันจะมีรายได้มากกว่านี้นะ" "หัวหน้าของฉันเรื่องมากสุดๆ ชิๆ....ฉอดๆๆ..." "ผมไม่อยากทำงานนี้เลย แต่ผมก็ไม่มีเวลาไปมองหางานอื่น"....นั่นเป็นสิ่งที่คนด้าน E และ S ที่อยู่ฝั่งซ้าย มักจะบ่นให้ฟังกัน

ผมเคยคุยกับเพื่อนๆ และชวนไปอบรมโอกาสทางธุรกิจและดูงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ทั้งธุรกิจเครือข่าย อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งธุรกิจอื่นๆ.....สิ่งที่ผมได้รับคำตอบมักจะเป็นคำว่า "ไม่มีเวลาเลย งานยุ่งมาก"....ใช่ครับ !! "ไม่มีเวลา ไม่มีเวลา ไม่มีเวลา และก็......" นี่คือคำอมตะที่ผมได้ยินอยู่อย่างต่อเนื่องของกลุ่มคนทางฝั่งซ้าย

ผมเคยโทรไปหาเพื่อนคนนึงเมื่อหลายปีที่แล้ว เค้าบอกว่า "ไม่ว่างเลยว่ะเพื่อน เอาไว้ว่างๆจะไปนะ" ถัดมาอีก 1 ปี เค้าก็บอกว่า "ไม่ว่าง งานยุ่งเลยอ่ะ" จนถึงล่าสุดปัจจุบัน เพื่อนคนเดิมของผมคนนี้เค้าก็ยังบอกว่า "ไม่ว่าง..." ผมยังคิดอยู่เลยว่า เพื่อนคนนี้ของผมคนนี้เป็นคนที่น่าสงสารมาก เพราะเค้ายอมทำงานที่เค้าไม่สามารถมีเวลาให้กับตัวเองหรือคนอื่นได้อย่างเต็มใจ และไม่เปิดรับกับโอกาสอื่นที่เข้ามา

อัลเบิร์ตไอสไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า "ถ้าหากคุณทำสิ่งเดิมๆ แล้วหวังจะให้ผลมันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น นั่นแสดงว่าคุณเป็นคนวิกลจริตแล้ว !!"

การก้าวเข้าสู่ธุรกิจด้าน B ที่อยู่ทางฝั่งขวาของ"เงิน 4 ด้าน" มี 3 ทางคือ

1) เปิดบริษัทขนาดใหญ่ เช่น เครือสหพัฒฯ,เครือซีพี,เดล คอมพิวเตอร์....การเปิดบริษัทใหญ่ๆต้องใช้เงินทุนสูงมาก หรือถ้าไม่งั้นคุณก็ต้องพัฒนาตัวเองและหาจังหวะ โอกาส ทุ่มเท อดทน กล้าเสี่ยง และอื่นๆ.....ถ้าให้ผมบรรยายคุณสมบัติ ความสามารถคนที่ก้าวเข้าสู่ด้านนี้โดยเริ่มจากศูนย์ แล้วประสบความสำเร็จคงบรรยายได้ไม่หมด

ผมขอยกตัวอย่างเช่น คุณเฉลิมรัฐ นาควิเชียเจ้าของ Net Design ที่สามารถสร้างเงินร้อยล้านได้ตั้งแต่อายุเพียง 24 ปี !! หรือ คุณอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ที่สร้างแบรนด์สาหร่าย "เถ้าแก่น้อย" ที่เราเห็นใน 7-11 และส่งออกไปทั่วโลก มียอดขายปีละเป็นพันๆล้าน !!

นั่นถือเป็นตัวอย่างคนที่เริ่มจากศูนย์และประสบความสำเร็จในธุรกิจด้าน B ได้อย่างสง่างามในท่ามกลางผู้ที่ล้มเหลวอีกมากมายนับไม่้ถ้วน

2) การซื้อหรือสร้างเฟรนด์ไชส์เอง เช่น 7-11,KFC,เฟรชมาร์ท,แมคโดนัล,โชคดี ติ๋มซำ และอื่นๆ.......

ธุรกิจด้านนี้หากคุณมีเงินทุนซัก 3-5 ล้านขั้นต่ำ คุณอาจจะซื้อระบบและเปิดร้านเป็นเจ้าของได้เลย ...ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณต้องยอมรับเงื่อนไขของแฟรนไชส์เซอร์ (ผู้ขายแฟรนด์ไชส์)ด้วย .....แต่หากคุณอยากจะสร้างเฟรนด์ไชส์ที่เป็นแบรนด์ของคุณเอง คุณก็ต้องใช้ระยะเวลา 5-20 ปีในการพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงและมีโมเดลธุรกิจแห่งความสำเร็จ พร้อมกับรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในช่วงดำเนินธุรกิจตลอดเวลาเช่นกัน

3) การทำธุรกิจเครือข่าย

ถ้าหากวันนี้คุณมีเงินทุนที่สามารถที่จะสร้างธุรกิจขนาดใหญ่หรือซื้อแฟรนด์ไชส์ ใน 2 ข้อข้างต้นได้ คุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสนในธุรกิจเครือข่ายก็ได้ เพราะได้อิสรภาพและวิถีชีวิตที่คุณต้องการจากธุรกิจที่คุณทำเช่นเดียวกัน

การเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายถือเป็นการเริ่มต้นที่มีต้นทุนต่ำที่สุด....เพราะหากบางทีจะรอจากการเก็บเงินเดือนได้เป็นล้านๆ ก็คงแก่ตายซะก่อนกว่าจะสร้างธุรกิจด้าน B ได้ ดังนั้น การทำธุรกิจเครือข่ายจึงเหมือนเป็นทางลัดในการเปลี่ยนฝั่งมาอยู่ทางด้าน B

โรเบิร์ต คิโยซากิ บอกว่า คุณควรทุ่มเทในธุรกิจนี้ 5 ปี เหตุผลก็คือ การเรียนรู้ทางด้านร่างกายใช้เวลานานกว่าการเรียนรู้ทางด้านสติปัญญาหรือความคิด และยิ่งเราอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการยากที่เราจะเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยทำมาเป็นเวลานาน....เหตุผลข้อนึงของผู้คนส่วนใหญ่ที่รู้สึกสบายในการอยู่ด้าน E และ S ก็คือ "ความรู้สึกมั่นคง" ....เพราะเขาอยู่ที่นั่นมานานมาก นานจนยากที่จะเปลี่ยนแปลง ทั้งๆที่รู้ว่าในระยะยาวแล้วจะไม่มีอะไรดีขึ้นก็ตาม

ฉะนั้น....ขอให้คุณให้โอกาสกับตัวคุณเอง อยู่กับการเรียนรู้ การพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในทุกๆด้าน ทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ ร่างกาย และจิตวิญญาณ ....ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณได้พัฒนาทักษะ อุปนิสัย วิธีคิด จนถึงความสามารถในด้านต่างๆให้ "มากพอ"....เมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร คุณก็จะพบแต่ความสำเร็จอย่างแน่นอน

"คุณติดอยู่กับความจำเจและไม่สามารถหนีมันได้หรือเปล่า
ทางเดียวที่จะหนีจากความจำเจได้ก็คือ การทำสิ่งที่ต่างกันออกไป
นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงนั่นเอง"

ชัค กัลลอซซี


"ถึงเวลาแล้ว...ที่คุณจะต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เพื่อให้ได้สิ่งที่ไม่เคยได้"

ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์

ติดต่อ พูดคุยกับผมโดยตรงได้ที่

Twitter http://twitter.com/Sun_Pharma
Facebook http://www.facebook.com/SunPharma
E-mail sunpharma26@gmail.com
IM sun_pharma26@msn.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวม 26 คำคม เพจ "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" ที่คนแชร์มากที่สุดเดือน สิงหาคม - ตุลาคม

รวม "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" เรื่อง "ความซื่อสัตย์"

3 คำถามที่ทำให้เกิด Big Idea

ปรัชญาในการดำเนินชีวิตของผม

วิธีหยุดนิสัย...ซุบซิบนินทาของคนอื่นในทันที !!