วิธีแก้อาการง่วงเหงาหาวนอน

อาการง่วงเหงาหาวนอนจาก การนอนไม่พอ หรือนอนพอแต่บางครั้งก็รู้สึกว่าง่วงอีก รู้สึกสมองเบลอๆ ไม่กระเตื้องยามบ่าย ผมเองเชื่อว่าทุกคนคงเคยมีอาการแบบนี้เป็นแน่ และวิธีแก้ของแต่ละคน (รวมถึงผมด้วย) มักจะใช้การดื่มกาแฟในการกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว เพื่อให้ทำงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลจากการวิจัยช่วงหลังๆเกี่ยวกับกาแฟออกมาอย่างต่อเนื่องมีทั้งดีและไม่ดี จนไม่รู้ว่าจะเลือกเชื่อใครดี 
"จาก การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภค กาแฟกับคุณสมบัติทางยา ผลที่ได้จากการศึกษานั้นมีความขัดแย้งกันในเรื่องของประโยชน์ต่อสุขภาพของ กาแฟ และยังมีความขัดแย้งกันในด้านผลกระทบที่เกิดจากการบริโภคกาแฟอีกด้วย

การดื่มกาแฟดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดขนาดของหน้าอก และการได้รับปริมาณคาเฟอีนในระดับหนึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งเต้านม กาแฟดูเหมือนว่าจะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคพาร์กินสัน,โรคหัวใจ,โรคอัลไซเมอร์,โรคเบาหวานประเภทที่ 2,โรคตับแข็ง และโรคเกาต์

จากผลของการศึกษาระยะยาวในปี ค.ศ.2009 พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม (ได้แก่ 3-5 ถ้วยต่อวัน) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม และโรคอัลไซเมอร์ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกรดไหลย้อนกลับและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผล กระทบที่เกิดจากการดื่มกาแฟบางอย่างเป็นเพราะคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟ แต่ก็ใช่ว่าส่วนประกอบอย่างอื่นไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเสียทีเดียว อย่างเช่น สารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันอนุมูลอิสระภายในร่างกาย
ทีมวิจัยของ University of Bari ประเทศอิตาลี พบว่าการดื่มกาแฟ 1-2 แก้วต่อวัน ช่วยป้องกันโรคหนังตากระตุกได้ และยังช่วยลดอัตราการกระตุกให้ช้าลงได้สำหรับผู้ป่วย"
..........
ข้อมูลบางส่วนจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F

จาก การที่ได้ทบทวนอ่านงานวิจัยหลายสิบงานวิจัย ทางออกในการใช้กาแฟเพื่อสุขภาพ เพื่อการตื่นตัว หรือเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถใช้ได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่มากจนเกินไป ดีที่สุดก็ควรจะอยู่ที่ 1-3 ถ้วยต่อวัน

วิธีแก้อาการง่วงเหงาหาวนอน นอกจากนี้ ยังสามารถทำด้วยวิธีการหลับเป็นช่วงๆได้อีก


"James Maas ศาสตราจารย์ ทางด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Cornell และผู้เขียนหนังสือ “Power sleep” กล่าวว่า การนอนน้อยดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของคนในยุคปัจจุบัน เขาบอกว่าคนอเมริกันอย่างน้อย 70% ที่นอนหลับ 6 ชั่วโมง หรือน้อยกว่า 1-1.5 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งเป็นการพักผ่อนที่ไม่เพียวพอ ดังนั้นพอหลังเที่ยงวัน ทุกคนจะหาที่สำหรับการแอบงีบ ไม่ว่าจะเป็นฟุบหลับที่โต๊ะหรือใต้โต๊ะ แอบเงียบในห้องน้ำ หรือแม้แต่ในรถ

Maas กล่าวถึงโทษของการนอนไม่พอว่า การนอนไม่เต็มอิ่มนั้นส่งผลร้ายต่อสุขภาพคนเราอย่างมากมาย นอกจากจะทำให้ง่วงเหงาหาวนอนในช่วงกลางวันแล้ว จะทำให้ชีวิตคุณสั้นลงได้เพราะร่างกายทำงานหนักไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ เกิดเป็นโรคอ้วน การตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆ ช้าลง ไม่มีสมาธิทำงาน มีปัญหาเรื่องความทรงจำ ความคิดสร้างสรรค์ลดน้อยลง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ต่ำ โกรธง่าย วิตกกังวล และรวมถึงซึมเศร้าด้วย

Camille Anthony ผู้เขียนร่วมหนังสือเรื่อง “the Art of napping at Work” นั้นได้บอกถึงเคล็ดลับ ที่จะทำให้คุณนอนงีบพักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดไว้ดังต่อไปนี้

ให้เตรียมอุปกรณ์สำหรับงีบไว้คุณควรนำเสื่อ หรือพวกเครื่องนอนเช่นหมอน ผ้าห่ม ที่ทำให้คุณนอนหลับสบายมาด้วยแทนที่การนอนหลับบนพื้นแข็งๆ หรือนอนคุดคู้ตามซอกมุมต่างๆ

หาวิธีที่จะทำให้คุณนอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อย่างเช่น คุณอาจต้องห่มผ้า ยกเท้าขึ้น หรือถอดแว่นออก ทำอย่างไรก็ได้ที่จะทำให้คุณหลับได้อย่างสบายๆ

ใช้เทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณหลับได้เร็วขึ้น เช่นอาจจะฟังเพลง ที่ปิดตา ปิดหู หรือปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะกับความชอบของตัวเอง

อย่านอนหลับให้ยาวนักคุณควรนอนหลับไม่เกิน 10-20 นาทีเท่านั้น ถ้ามากกว่า 30 นั้นมากเกินไปจะทำให้คุณหลับสนิท แทนที่จะสดชื่น คุณอาจจะมึนงงอ่อนเพลียได้

หาสถานที่สำหรับงีบที่เหมาะสม หากคุณไม่มีเลาจ์สำหรับพนักงานที่ให้งีบได้ คุณควรหาจุดที่คุณนอนหลับได้สบายที่สุด เช่น มุมใดมุมหนึ่งของห้องทำงาน ไม่ควรเป็นในห้องน้ำ หรือว่าในรถ เพราะจะทำให้คุณหลับได้ไม่สบายนัก

ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนในเวลางานให้เจ้านายเขม่น หรือว่าหากไม่ตั้งนาฬิกาปลุก ก็ให้คนมาเรียกหากคุณนอนถึง 20 นาทีแล้ว

การงีบหลับอย่างได้ผลดีต่อร่างกายนั้น จะทำเวลาไหนก็ได้ตั้งแต่เที่ยงจนถึง 5โมงเย็น เพราะเป็นเวลาที่งีบหลับที่ดีที่สุด และ ถึงแม้การงีบตอนกลางวันจะมีประโยชน์มากเท่าใดก็ตาม แต่พนักงานส่วนใหญ่นั้นไม่กล้างีบหลับในที่ทำงานอย่างเปิดเผยเพราะเกรงว่าจะ สร้างภาพพจน์ที่ไม่ดี หรือบางที่อาจโดนไล่ออก"
..........
(ข้อมูลบางส่วนจาก "แนวหน้า")

นอกจากนี้ ผลการวิจัยจากทีมแพทย์ของออสเตรเลียและญี่ปุ่น ยังออกมาสรุปตรงกันว่า การหลับเป็นช่วงๆ 10-20 นาที ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้น และที่สำคัญต้องไม่เกิน 30 นาทีอีกเช่นกัน

จากผลการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละซีกโลกสรุปผลการวิจัยออกมาตรงกันเช่นนี้ ทำให้เราต้องมาตระหนักถึงความสำคัญของการนอนเป็นช่วงๆและ ใช้ประโยชน์จากเวลาสั้นๆที่มีความหมายให้มากขึ้น เพื่อให้ชีวิตการทำงานของเราดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีสุขภาพดีไปพร้อมๆกัน


---------------------------------------------------------------------------


ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์

ติดต่อ พูดคุยกับผมโดยตรงได้ที่

Facebook http://www.facebook.com/SunPharma 
Twitter http://twitter.com/Sun_Pharma
E-mail sunpharma26@gmail.com
IM sun_pharma26@msn.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รวม 26 คำคม เพจ "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" ที่คนแชร์มากที่สุดเดือน สิงหาคม - ตุลาคม

รวม "คำคมผู้นำ ถ้อยคำแห่งปราชญ์" เรื่อง "ความซื่อสัตย์"

3 คำถามที่ทำให้เกิด Big Idea

ปรัชญาในการดำเนินชีวิตของผม

วิธีหยุดนิสัย...ซุบซิบนินทาของคนอื่นในทันที !!