Recommend us on Google!

วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553

3 เสาหลัก ในการทำ MLM ให้สำเร็จ

นับตั้งแต่ เจย์ แวน แอนเดล กับ ริช เดอโวส คู่หูดูโอได้ก่อตั้งบริษัท แอมเวย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในปี พ.ศ. 2502 จนก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจขายตรง ระบบการตลาดหลายชั้นของโลก...เพื่อนรักคู่นี้มีศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อพลังความคิดริเริ่มส่วนตัวและหลักธุรกิจเสรีเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น

ทั้งคู่ร่วมกันสร้างระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกๆ คนฝึกฝนความสามารถ โดยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นวรรณะ เชื้อชาติ สีผิว การศึกษา คนทุพพลภาพและเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตนเองได้ด้วยเงินเพียงเล็กน้อย

...ผ่าน มากว่า 50ปี จนถึงวันนี้การตลาดแบบเครือข่าย พิสูจน์แล้วว่า เป็นธุรกิจที่มหัศจรรย์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนทั่วโลกที่แม้แต่พระเจ้า ยังชื่นชม

Photobucket

หลังจากที่ได้ลองผิดลองถูกในธุรกิจเครือข่ายมาหลายบริษัท จึงทำให้ผมเข้าใจว่าแม้จะเป็นธุรกิจที่ดีเลิศ บริษัทที่มีสินค้าดีขนาดไหน แต่ถ้าผู้ทำธุรกิจไม่เข้าใจ 3 เสาหลักนี้ ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ล้มเหลวได้โดยง่าย และสถิติก็บ่งชัดว่าล้มเหลวกันเกินกว่า 95-99% !!...ซึ่งเสาหลักทั้ง 3 ที่เราจะต้องทำความเข้าใจ และพัฒนามีดังนี้

1) อุปนิสัยและทักษะความสามารถเฉพาะตัวของเรา

สตีเฟ่น อาร์ โควี่ ผู้แต่งหนังสือขายดีชื่อ "7 อุปนิสัยของผู้ทรงประสิทธิผล" หนังสือขายดีระดับตำนานได้กล่าวไว้ว่า "ความสำเร็จที่แท้จริงนั้นไม่ใช่ได้มาด้วยเทคนิค วิธีการ หรือกลยุทธ์เพื่อความสำเร็จ...แต่สิ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงและ มีความสุขอย่างยั่งยืนนั้น มีเพียงวิธีเดียวนั่นคือ การเรียนรู้ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความซื่อสัตย์ อดทนและขยันหมั่นเพียร แล้วปลูกฝังสิ่งเหล่านี้จนเป็นนิสัยของตนเอง"

ผมถือประโยคนี้คือ ถ้อยคำอมตะสำหรับผู้ที่แสวงหาความสำเร็จในชีวิตทุกคน...ผมเป็นคนนึงที่อ่าน หนังสือ ค้นหาเทคนิค วิธีการ กลยุทธ์ฺต่างๆมากมายเพื่อความสำเร็จ แต่เมื่อมาทดลองใช้กับชีวิตกลับไม่ก้าวหน้าอย่างที่คิด

ในท้ายที่สุดแล้วความสำเร็จอย่างยั่งยืนอย่างมีความสุขจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราได้ขัดเกลาอุปนิสัยของต่อเองอย่างต่อเนื่อง

เทคนิค วิธีการ หรือกลยุทธ์เพื่อความสำเร็จไม่ใช่เป็นสิ่งไม่ดี แต่สิ่งเหล่านี้จะได้ผลในระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น หากเรายังมีอุปนิสัยแห่งความล้มเหลวอยู่...ดังเช่น "รากไม้" เปรียบเสมือนกับ "อุปนิสัย" หากคุณอยากจะให้ต้นไม้แผ่กิ่ง ก้าน ใบสาขาและได้ผลมากๆ คุณต้องเริ่มบำรุงรากที่อยู่ในดินเสียก่อน

เสาหลักแรกนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะต้องขัดเกลาและพัฒนาอยู่ตลอด...หากใครที่เข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายแล้วเห็นคนที่ประสบความสำเร็จระดับผู้นำแล้วจะพบว่า...ทุกคนต่างมีอุปนิสัยที่น่าคบหา เป็นกันเอง อ่อนน้อมถ่อมตนนอกจากนั้นทักษะด้านการพูด การโน้มน้าวใจยังเปล่งประกายจนเรานั้นคล้อยตามกันเลยทีเดียว

โรเบิร์ท คิโยซากิ ผู้เขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูก บอกว่า "อย่าทำงานเพื่อเงิน แต่ให้ทำงานเพื่อพัฒนาทักษะของคุณ"

ทักษะที่จำเป็นต้องพัฒนาประกอบไปด้วยทักษะการสื่อสาร บริหาร บุคคลและองค์กร ภาวะผู้นำ จิตวิทยาความสัมพันธ์ ทัศนคติสู่ความสำเร็จ ทักษะการตั้งเป้าหมาย การบริหารเวลา การสร้างความน่าเชื่อถือ และทักษะอื่นๆอีกมากมาย

หากเราพิจารณาจะเห็นว่า "อุปนิสัย" นั้นคือพื้นฐานส่วน "ทักษะ" เป็นสิ่งที่ทำให้เราเปล่งประกาย โดดเด่น แตกต่าง...การขัดเกลาอุปนิสัยและพัฒนาทักษะต่างๆควบคู่กันไป เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม...ดังนั้นหากคุณทำธุรกิจเครือข่ายแล้วขาดทุนเรื่องเงิน แต่ในด้านการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในด้านอื่นๆ คุณคุ้มแน่นอนกับชีวิตทั้งชีวิตของคุณ

2) ระบบการทำงานในทีมและบริษัท

"ระบบ" ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากและเป็นอีกเหตุผลหลัก ของใครหลายๆคนที่เข้าสู่ธุรกิจนี้ โดยมีเป้าหมายเมื่อประสบความสำเร็จในธุรกิจเป็นคำจำกัดความว่า "รายได้ต่อเนื่องที่ไม่หยุด ในขณะที่หยุดทำงาน"...เมื่อเราทำงานได้ถึงจุดหนึ่งแล้ว "ระบบ" ของทีมหรือองค์กร สามารถเดินต่อไปเองได้

สำหรับเรื่องระบบการทำงานนี้ให้ตรวจสอบว่าอัพไลน์หรือทีมที่เราจะเข้าร่วมมีระบบ การทำงานออนไลน์ที่ดีหรือไม่ ซึ่งคนไทยเราเรียกกันว่า "ระบบการตลาดแบบดึงดูด(Attraction Marketing)"

นอกจากออนไลน์แล้ว ระบบออฟไลน์ก็เป็นสิ่งสำคัญ บริษัทที่เราเข้าร่วมมีความเป็นมืออาชีพมากน้อยแค่ไหน จัดอบรมพัฒนาทักษะการทำงานอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องหรือเปล่า 

ผมเคยทำธุรกิจในทีมที่มีแต่ระบบออฟไลน์ โดนเชิญชวน กระตุ้น ผลักดันให้เข้าประชุม...ผมก็เข้าเพราะโดนกระตุ้นจากอัพไลน์และผู้นำในทีม...การเข้าอบรมนั้นเราได้พัฒนาทักษะและความคิดของเราก็จริง แต่ขาดกระแสเงินสดในการทำธุรกิจเพราะการออกจากบ้านบ่อยๆ ทำให้มีต้นทุนในการทำงานที่สูง

ดังนั้น สำหรับยุคไซเบอร์เช่นนี้...ระบบการทำงานออนไลน์ใิ่นทีมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ !!

สรุปก็คือ หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย ให้ดูว่าอัพไลน์ของคุณมีทีมที่มีระบบการทำงานออนไลน์ที่ดีหรือไม่...และหากเป็นระบบที่ดีจริง คุณจะประสบความสำเร็จได้มากกว่าผู้นำยุคเก่าๆได้อีกหลายสิบเท่า !! เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างแท้จริงในการทำธุรกิจยุคนี้

3) วิธีการทำการตลาด

หากเป็นยุคเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อธุรกิจเครือข่ายเริ่มต้นเข้าสุ่เมืองไทยใหม่ๆ เราอาจจะใช้วิธีเก่าๆ แบบเดิมและพัฒนาตนเองตามเสาหลักข้อที่ 1 จนประสบความสำเร็จได้...แต่กว่าที่แต่ละคนจะไปถึงการทำรายได้ระดับ 6-7 หลักได้นั้น ต่างก็ใช้เวลาในการพัฒนาทักษะกันไม่ต่ำกว่า 5-20 ปีกันเลยทีเดียว

ผมเคยพบผู้นำที่ประสบความสำเร็จหลายๆ บริษัทที่ใช้สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือธุรกิจ ตลอดจนนิตยสารต่างๆ ในการโฆษณา หรือใช้คำที่มีพลังเชิญชวนให้เข้าร่วมธุรกิจด้วย...แต่วิธีการเหล่านี้ไม่เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆอย่างแน่นอน

วิธีการทำการตลาดในสมัยนี้นั้น มีอินเตอร์เน็ตที่เป็นสื่อการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด...มีการใช้ E-mail Marketing เข้ามาเชื่อมสัมพันธ์กับผู้คน ให้ความรู้ ความเข้าใจกับผู้ที่สนใจก่อนเข้าร่วมธุรกิจ...มีการนำเสนอโอกาสทางธุรกิจ ผ่านห้องอบรมออนไลน์...ใช้เว็บโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุ๊ค ทวิซเตอร์ติดต่อกับผู้คน...สร้างบล็อคเพื่อสร้างแบรนด์ให้กับตนเอง...ตลอดจนถึงการสมัครผู้ที่จะเข้าร่วมธุรกิจโดยทำงานจากที่บ้านเพียงอย่างเดียว !!

สิ่งที่ยืนยันว่าวิธีการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์แบบนี้ได้ผลก็คือ ทั้งในและต่างประเทศขณะนี้มีผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วนั่นเอง...ในต่างประเทศนั้นมีการเขียนเป็น E-book พร้อมวิดีโอ สอนวิธีการดึงดูดผู้คนเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย ขายกันกระจายเลยทีเดียว

แล้ววันนี้ล่ะ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจใดๆก็ตาม คุณจะเริ่มสร้างระบบการทำงานออนไลน์...หรือคุณจะทำธุรกิจด้วยวิธีแบบเดิมๆ คุณเลือกเองได้

"ไม่มีอะไรในโลกสามารถหยุดยั้งคนที่มีทัศนคติในแง่บวก
ผู้ซึ่งเห็นเป้าหมายชัดเจนได้"
-- เดนิส เวทเลย์ --

"เมื่อพลังแห่งธุรกิจเครือข่ายมาพบกับพลังแห่งอินเตอร์เน็ต ทางเลือกจึงมีอยู่แค่ว่ารีบลงมือทำหรือปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป"

ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ (ซัน)
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายสีขาว

ติดต่อ พูดคุยกับผมโดยตรงได้ที่

 Twitter  http://twitter.com/Sun_Pharma
 IM  sun_pharma26@msn.com
 skype  sun_pharma
 E-mail  sunpharma26@gmail.com 
Tel: 081-3404170
Read more ...

วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ระบาดอีกแล้ว Spam mail !! ใน MLM

ข่าวจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 สิงหาคม 2553

Photobucket
ภาพจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

ในปัจจุบัน นอกจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะต้องพบกับปัญหาสแปมเมล์ หรืออีเมล์ขยะ ที่แฝงตัวเข้ามาในอีเมล์ส่วนตัวโดยที่เราไม่รู้จักผู้ส่งมาก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอีเมล์เชิญชวนซื้อสินค้า หรือแนะนำให้เข้าร่วมทำธุรกิจออนไลน์ที่สร้างความรำคาณไม่น้อยให้กับผู้ใช้ งาน ล่าสุดสแปมเหล่านี้ยังเริ่มคืบคลานเข้าสู่กระแสโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเฟสบุ๊ก ซึ่งจะมาในรูปแบบของการเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรม

ยกตัวอย่างเช่น “รับทีมโปรโมต web site Magazine Online” “อยากมีตังเยอะๆ อยากไปช็อปปิ้ง” หรือ “รู้ไหมว่าสุขภาพที่ดี ส่งผลกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น!!”
เพื่อให้สมาชิกกดตอบตกลงเข้าร่วมกิจกรรม

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สแปมดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นบนเฟสบุ๊ก แม้ว่าเว็บไซด์เครือข่ายสังคมจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมใช้ในการแสดงตัวตน ให้บุคคลอื่นรับรู้

นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังในเชียงใหม่รายหนึ่งพูดถึงปัญหาสแปมบน เฟสบุ๊กว่า ทุกครั้งที่เข้ามาในเฟสบุ๊กจะเห็นว่ามีกิจกรรมเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่เรายังไม่เคยไปตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมจากที่ไหน แต่มันเป็นการเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม

“แต่ละวันจะเข้ามาประมาณ 3-4ครั้ง แม้ว่าเราจะกดไม่เข้าร่วมกิจกรรม มันก็ยังส่งมาอีก แต่เปลี่ยนชื่อคนส่งแทน”

จากปัญหาสแปมที่เริ่มเข้ามาระบาดบนเฟสบุ๊กได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้มีสมาชิกเว็บบอร์ดพันธุ์ทิพย์ ดอทคอม ห้องเฉลิมไทย ที่ใช้ชื่อล็อกอินว่า "แพนิดา" ออกมาตั้งกระทู้เตือนภัยสแปมดังกล่าว โดยพาดหัวว่า "ฝากเตือน ธุรกิจอาหารเสริม HBL ที่มาในรูปแบบ JUMP magazine online"

ภายในกระทู้ดังกล่าวพูดถึงปัญหานี้ว่า "เราเป็นคนหนึ่งที่เคยโดนนิตยสาร JUMP Magazine online ติดแท๊กรูปของนิตยสารบนเฟสบุ๊ก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงกรอกข้อมูลลงไป หลังจากนั้นก็มีผู้หญิงโทรมาหา คุยสักพักก็บอกว่าโทรมาจากบริษัท Global Adverting ซึ่งเราจำได้ว่าเป็นธุรกิจของยาลดน้ำหนักยี่ห้อ Herbalife"

"เจ้าหน้าที่พยายาม จะบอกเราว่า บริษัทรับทำแม๊กกาซีน ออนไลน์ โดยเรียกให้เราไปอบรมวิธีการโฆษณาผ่านแม๊กกาซีน ออนไลน์ ที่ตึกเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ถ.สาธร แต่จริงๆ แล้วเป็นการเรียกไปอบรมเพื่อให้รู้ว่า ถ้าทำเฮอร์บาไลฟ์ แล้วจะได้เงินเยอะแค่ไหน"

เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงปัญหาเดิมๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ เพียงแต่ปัจจุบันด้วยกระแสความร้อนแรงของเฟสบุ๊ก จึงทำให้มิจฉาชีพเหล่านี้ เริ่มมองเห็นช่องทางใหม่ในการทำตลาดธุรกิจขายตรง หรือเอ็มแอลเอ็ม เหมือนที่หลายๆ ธุรกิจทำ การแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ผู้บริโภคพอทำได้ในขณะนี้คือการหลีกเลี่ยงการกดตอบรับ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม หรือกรอกข้อมูลส่วนตัว อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ลงไป เพื่อป้องกันการถูกคุกคามทางโทรศัพท์ หรือการรายงานกิจกรรมดังกล่าวไปยังผู้ดูแลระบบ โดยกดด้านล่างสุดของหน้าเว็บเพจ จากนั้นเลือกเหตุผลในการร้องเรียน

ตัวแทนจากสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า ถ้าผู้บริโภคมั่นใจว่าสแปมที่เข้ามาในเฟสบุ๊กมาจากบริษัทเดียวกัน สามารถรวมตัวกันเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว เพื่อเป็นการปลุกแสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นถึงความเดือดร้อนที่ได้รับ และเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทันท่วงที

-------------------------------------------------------

เป็นข่าวด้านเสียๆหายๆขึ้นมาอีกแล้วครับ สำหรับทีมที่ทำการตลาดแบบผิดๆ สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมออนไลน์จนถึงวงการธุรกิจเครือข่าย...จากการสแปมเมล์เข้า MSN หรือ Hotmail ครั้งนี้วิวัฒนาการเข้าสู่เว็บเครือข่ายสังคมอย่าง Facebook...ผมเห็นใจคนที่เข้าไปฟังมากเพราะผมก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นในการถูกหลอกให้เข้าไปฟังอบรม !!

แน่นอนครับผมเสียความรู้สึก...แต่ไม่เสียเวลาหรอกครับเพราะผมรักในธุรกิจเครือข่ายและการเข้าฟังโอกาสทางธุรกิจก็ถือว่าคุ้ม...โอกาสในธุรกิจเครือข่ายนั้นเป็นของจริง สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องในขณะที่หยุดทำได้จริง สามารถสร้างอิสรภาพในการทำงานได้จริง...แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการทำงานแบบนี้

ลองคิดดูนะครับ สำหรับคนที่ยังส่งสแปมอยู่ ถ้าการสร้างเงินของคุณคือการสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น...ต่อให้คุณประสบความสำเร็จได้เงินหลายล้านบาทต่อเดือน คุณก็คงไม่มีความสุขหรอกครับ

"เราเป็นอย่างที่เราทำซ้ำบ่อยๆ ดังนั้นความดีเลิศจึงไม่ใช่เพียงแค่การกระทำเท่านั้น
แต่เป็นอุปนิสัยของเรานั่นเอง"

อริสโตเติล

"ความล้มเหลวสอนให้เรารู้จักวิธีแก้ไขการกระทำของเรา มันบังคับให้เราต้องมองสิ่งที่เรากำลังทำและให้โอกาสเราลองทิศทางใหม่"

ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์

ติดต่อ พูดคุยกับผมโดยตรงได้ที่
Twitter - http://twitter.com/Sun_Pharma
Facebook - http://www.facebook.com/SunPharma
E-mail
- sunpharma26@gmail.com
IM - sun_pharma26@msn.com
Read more ...

วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ไหมขัดฟัน สำคัญไฉน ???

ไหมขัดฟันเป็นเรื่องที่เรารู้กันมานานมาก ว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพปาก เหงือกและฟัน...แต่จะมีซักกี่คนที่ตระหนักและใช้ไหมขัดฟันได้ทุกวัน

ผมเป็นคนนึงที่ไม่ได้ใช้ทุกวันและต้องกลับมาเตือนตัวเองเสมอว่ามันมีความ สำคัญกับสุขภาพไม่ใช่แค่ในช่องปากอีกต่อไป...มีผลงานวิจัยหลายรายการยืนยัน ว่า มันช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ด้วย !!!

นักวิจัยโรคปริทันต์ ตั้งสมมุติกันทั่วไปว่าแบคที่เรียที่อยู่ตามร่องฟัน พลัดเข้าไปในกระแสโลหิต และจะไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด...หากเป็นเช่นนี้บ่อยๆเข้า ก็จะเกิดลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านช่องปากบอกว่า หากจะดูว่าเหงือกของเรามีปัญหาหรือเปล่าให้ดูจากการแปรงฟัน...หากระหว่าง แปรงหรือหลังแปรงแล้วมีเลือดออกตามไรฟัน นั่นแสดงว่ามีปัญหา...หากกดเหงือกแล้วเจ็บ หรือบวม ช้ำ นั่นก็มีปัญหา...หรือหากมีคนบอกว่าคุณมีกลิ่นปาก นั่นก็ยิ่งมีปัญหา...ซึ่งหากเราปล่อยปละละเลย โรคเหงือกก็จะทำให้ฟันเราร่วงได้

----------------------------------------------------------

ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์

ติดต่อ พูดคุยกับผมโดยตรงได้ที่

Facebook http://www.facebook.com/SunPharma 
Twitter http://twitter.com/Sun_Pharma
E-mail sunpharma26@gmail.com
IM sun_pharma26@msn.com
Read more ...

วันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เกี่ยวกับผู้เขียนบล็อก

กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ (Kitticharn Pacapapornwong)
ประสบการณ์หรือชีวประวัติในชีวิตของคนทุกคนเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากมายมหาศาล จะดีมากถ้าถ่ายทอดออกมาเพื่อเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นได้รับรู้

หลายท่านอาจได้ศึกษาเกี่ยวกับ ชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก ผู้ที่มีวีรกรรมและสร้างแรงบันดาลใจจนเปลี่ยนชีวิตผู้คนมาแล้วมากมาย รวมทั้งสิ่งที่ผิดพลาดของผู้คนเหล่านี้ก็ล้วนเป็นบทเรียนที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง

ตัวอย่างของบุคคคลเหล่านั้นเช่น บิลเกตส์ แอนดรู คาเนกี้ วอร์เรน บัฟเฟต มหาตมะ คานธี สตีฟ จ็อบส์ เฮนรี่ ฟอร์ด เหลาจื่อ ขงเบ้ง โทมัส อัลวา เอดิสัน อับราฮัม ลินคอน อัลเบิร์ตไอสไตน์ เนลสัน แมนเดลลา วิกรม กรมดิษฐ์ ตัน โออิชิ บัณฑิต อึ้งรังสี และ....ฯลฯ

ผมคิดว่าคนกลุ่มนี้มีวิธีคิดที่เหมือนกันอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือ "การสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับโลกและทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม"

บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นแรงบันดาลใจและแบบอย่างให้กับผู้คนทั่วโลก...ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จให้ยิ่งใหญ่ดังเช่นคนพวกนั้นก่อนถึงจะเขียนประวัติส่วนตัวของเราก็ได้...สิ่งที่เราทำได้เลยก็คือ บันทึกเรื่องเล่าผ่านบล็อก

วิธีการเขียนนั้นอยากให้เริ่มต้นจากเขียนในสิ่งที่เรารักก่อน เขียนในสิ่งที่รู้จริง สิ่งที่เราตื่นเต้น สิ่งที่พบเจอในแต่ละวัน ความสำเร็จ ความล้มเหลว แง่มุมที่น่าคิด ประสบการณ์ที่พบเจอจากผู้อื่น ที่เป็นบทเรียนที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้คนในยุคต่อๆไป โดยอย่าเพิ่งหวังว่าจะเขียนเพื่อทำเงินเพียงอย่างเดียว

ประโยชน์ของการเขียนออกมานั้นไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้คุณได้เข้าใจตนเองมากขึ้น ทำให้คุณได้ตั้งคำถามกับชีวิตตนเองมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญคือ ทำให้คนอื่นได้ประโยชน์จากประสบการณ์ของคุณ

และต่อไปนี้คือ เรื่องเล่าในบางแง่มุมส่วนตัวของผมเอง...

 --------------------------------------------------------
"ผู้คนมักจะรอจนถึงช่วงบั้นปลายถึงชีวิตการทำงาน 
กว่าจะเริ่มตอบแทนสังคม ทำไมต้องรอนานขนาดนั้น
ในเมื่อเราสามารถทำได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้"
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก
บุคคลแห่งปี 2010 จากนิตยสาร Time 
และผู้สร้าง Facebook

ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ (ซัน) ผู้นำธุรกิจเครือข่ายสีขาว
สร้างมิตรภาพ...ด้วยหัวใจ
Tel : 081-3404170
Read more ...

วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ทำความเข้าใจกับ "ระบบการตลาดแบบดึงดูด"

ระบบการทำงานยุคเก่า (Old School MLM) มีวิธีการทำงานคือ ลิสต์รายชื่อคนรู้จัก โทรศัพท์ชวนเพื่อนเข้าอบรมหรือนัดหมาย...เมื่อนัดได้ก็ "Show the plan share the product"...หรือบางครั้งถูกสอนมาว่า "นี่คือสิ่งดีๆที่เรานำมาให้เค้า เราไ่ม่ได้มาขาย" - - 

แต่ถ้าคุณจะซื้อ ถามว่าผมจะขายหรือเปล่า ???...ขายสิครับ (เพราะผมได้ยอดธุรกิจ ^.^)..."เจอกับคำ ปฏิเสธมากๆ คุณจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ และอีกไม่นานคุณก็จะสำเร็จแล้ว"... นั่นคือสิ่งที่ทำให้คนที่เข้าไปทำธุรกิจเครือข่ายแล้วใช้วิธีการทำงานแบบนี้ โดยไม่รู้จัก "สื่อการตลาด" และล้มเหลวเกินกว่า 95-99% !!
ระบบการตลาดแบบดึงดูด(Attraction Marketing)

ผมเป็นคนนึงที่ศึกษาธุรกิจเครือข่ายมากว่า 4 ปี ผ่านการอบรมมาเกือบ 10 บริษัท...สิ่งที่ทุกที่ต่างสอนเหมือนกันก็คือ "วิธีการทำงาน" อย่าง"Show the plan share the product" เน้นให้พูดถึงความยิ่งใหญ่ของบริษัท ผลิตภัณฑ์ แผนการตลาด เหมือนกันหมด...

4 ปีที่ผ่านมาผมทำธุรกิจเครือข่ายด้วยความเกรงใจ มองโทรศัพท์แล้วมองโทรศัพท์เล่า...คิดอยู่ว่าเพื่อนจะว่างไหม โทรไปจะรบกวนเวลางานเขาหรือเปล่า

เมื่อภาพความฝันยังคงอยู่ และได้ตั้งเป้าหมาย รวมทั้งถูกกระตุ้นจากในทีม ทำให้ตัดสินใจโทรไปรบกวนเพื่อนๆหลายคน ส่วนใหญ่ตอบปฏิเสธ ไม่ว่างบ้าง ติดธุระบ้าง ส่วนที่ตอบรับน้อยมาก แถมรับปากก็ไม่มาตามนัดอีก...ผมทำธุรกิจด้วยความยากลำบาก ความท้อใจ เหนื่อยใจทีละนิดจนอยากจะเลิกจากธุรกิจ


หลังจากได้อบรมผ่านระบบการตลาดออนไลน์ ผมคิดว่านี่คือระบบการทำงานที่ใช่เลย !!...แต่สิ่งที่ผมคิดว่าใช่เลยนั้นจะได้ผลมั้ย ผมตั้งคำถามกับตัวเอง หรืออาจเป็นวิธีที่ดีแต่ไม่สามารถทำได้จริง ???
 
ผมจึงศึกษาเพิ่มเติมว่าในระดับโลกมีคนที่ใช้วิธีการแบบนี้แล้วมีคนที่สำเร็จแล้วหรือยัง ก็ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมกับเหล่ากูรู MLM online ระดับโลก...ซึ่งปรากฏว่าผู้คนเหล่านั้นทำงานสร้างเงินล้านได้โดยมีเครืื่องมือแค่คอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ตเท่านั้นเองจริงๆ !!...ผมตื่นเต้นอย่างที่สุดที่จะเผยแพร่สิ่งเหล่านี้ออกไปสู่สายตาชาวไทยให้เร็วที่สุด

วิธีการทำงานยุคใหม่ 
ซึ่งคนไทยเราเรียกกันว่า 
"ระบบการตลาดแบบดึงดูด(Attraction Marketing)" ถือว่าเป็นการปฏิวัติวิธีการทำงานและการตลาดยุคเก่าอย่างสิ้นเชิงด้วยระบบการทำงานที่บรรยายได้ว่า "ระบบอัจฉริยะ" "ทันสมัย" "ง่าย" "สะดวกสบาย" "มีประสิทธิภาพ" "ลดต้นทุนทั้งแรงกายและเงิน" "สำเร็จได้จริง" ฯลฯ

อยากให้เห็นภาพโดยการเปรียบเทียบกันก่อนจะเข้าเรื่อง....

...ภาพของตัวแทนขายประกันที่โทรไล่ล่าผู้คนตามเบอร์โทรศัพท์เพื่อปิดการขายในทันทีตั้งแต่การคุยกันครั้งแรกๆ เทียบกันไม่ได้เลยกับตัวแทนชั้นเซียน ที่สร้างภาพตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงิน เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแนวทางวางแผนการเงินส่วนบุคคล

..."ที่ปรึกษาด้านสุขภาพ" กับ "เซลล์ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางค์ตามบ้าน" รายแรกได้ความนับถือ มีแต่คนเข้ามาสอบถามปัญหาสุขภาพ ส่วนรายหลังผู้คนมักจะรังเกียจ จนถึงโดนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

วิธีการทำงานยุคเก่า เป็นวิธีการที่ฝืนธรรมชาติ ทำให้ผู้มุ่งหวังกลัวกับการโดนตามล่า จนหลายๆครั้งนำไปสู่การสูญเสียมิตรภาพ

ส่วน วิธีการทำงานยุคใหม่ จะทำให้ผู้มุ่งหวังกล้าที่จะตัดสินใจในการทำธุรกิจ ด้วยการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก่อนการตัดสินใจ...ให้คำแนะนำอย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา...มีการอบรมผ่านห้องอบรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

เรื่องราวของ "ระบบการตลาดแบบดึงดูด (Attraction Marketing)" ยังมีอีกมากมาย โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
-----------------------------------------------------------------
"หากธุรกิจที่คุณทำอยู่ไม่ใช้อินเตอร์เน็ตเข้ามาทำงาน
ธุรกิจของคุณเตรียมเจ๊งได้เลย !!"
บิล เกตส์
Read more ...

วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ทำไมต้องธุรกิจเครือข่าย ?

Photobucket

คุณเคยสงสัยไหมว่า เพื่อนของคุณที่ชวนคุณเค้ามองเห็นอะไรในธุรกิจเครือข่าย ? วันนี้เรามาดูกันว่าธุรกิจเครือข่ายนั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง

1) ลงทุนน้อย แต่สามารถสร้างรายได้ไร้ขีดจำกัด ---> จะมีธุรกิจใดที่คุณลงทุนแค่หลักพันถึงหลักหมื่น แล้วมีรายได้หลักแสนหลักล้านได้...หากเปรียบเทียบกับธุรกิจทั่วไป คุณคิดว่าต้องลงทุนซักเท่าไหร่ ถึงจะมีรายได้ต่อเดือน 7 หลัก...เหตุที่ผมอยากใหุ้คุณมองไปที่ตัวเลข 7 หลักไม่ใช่อยากให้คุณเป็นคนโลภ แต่อยากให้คุณคิดว่าสำหรับธุรกิจนี้นั้น...มันเป็นไปได้จากประสบการณ์ที่ผมได้พบมา

2) รายได้ต่อเนื่องแม้คุณหยุดทำงาน ---> คุณต้องการเกษียณอายุของคุณเองเมื่อไหร่ ? ...50 ปี ? 60 ปี ? หรืออีก 5-10 ปีต่อจากนี้ ?...แล้วหลังเกษียณคุณจะยังมีรายได้อยู่หรือไม่ ? ...สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเครือข่ายสามารถเกษียณตัวเองได้โดยยังมีรายได้ต่อเนื่องนั่นก็คือ "ระบบ"...เป็นระบบของทีมงานและองค์กรของคุณไปจนถึงระบบของบริษัทเครือข่ายที่คุณเข้าร่วม...ระบบที่คุณสร้างไว้จะทำงานแทนคุณเมื่อคุณหยุดทำงาน...หลังจากนั้นคุณก็คิดต่อว่า คุณจะใช้ชีวิตบนโลกไปกับการทำสิ่งใดก็ได้ที่ทำให้คุณมีความสุข

3) ทุกคนสามารถทำได้ ---> ไม่ว่าคุณจะเป็นคนพิการ ตาบอด อกหัก เมียทิ้ง ลูกไม่รัก อายุต่ำกว่า 20 หรือแก่อายุเกิน 60 ไปแล้วแต่โอกาสทางธุรกิจนี้ยังเปิดกว้างให้คุณอยู่เสมอ หากคุณมีความตั้งใจจริง...โอกาสในธุรกิจเครือข่าย ไม่ว่าคุณจะมีใบปริญญากี่ใบหรือเรียนจบจนเป็นด็อกเตอร์ คุณก็ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งเท่ากับคนอื่นๆเหมือนกัน...คุณอาจจะเห็นคนที่เรียนจบแค่มัธยมแต่มีรายได้เกินคนที่จบด็อกเตอร์...สำหรับธุรกิจนี้นั้นสุดท้ายแล้วพลังของการเรียนรู้ต่อเนื่องนั้นจะชนะพลังระดับการศึกษา

4) ธุรกิจแห่งการช่วยเหลือผู้คน ---> คุณชอบช่วยเหลือผู้อื่นหรือไม่ ? แน่นอน...คนเราทุกคนเป็นคนดี และอยากที่จะหยิบยื่นสิ่งดีๆให้กับคนอื่นอยู่เสมอ...ระบบธุรกิจ MLM นั้น ดีตรงที่ว่า คุณจะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ก็ต่อเมื่อคุณช่วยเหลือให้คนอื่นประสบความสำเร็จก่อน...เป็นธุรกิจแห่งการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างแท้จริง

5) มีความอิสระในการทำงาน ---> ไม่ต้องตอกบัตร ไม่ต้องลาป่วยกับใคร ไม่มีมาสาย ไม่มีใครติดตามการทำงานของคุณเพราะคุณคือ เจ้าของธุรกิจ...คุณเป็นผู้กำหนดความสำเร็จหรือล้มเหลวให้กับธุรกิจของคุณเอง...คุณสามารถให้เวลาในการทำงานกับธุรกิจนี้เท่าไหร่ก็ได้ หรือคุณจะเลือกที่จะทำงานกับใครก็ได้อีกเช่นกัน...มันจะดีแค่ไหนที่คุณจะทำงานที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

6) กระตุ้นให้พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ---> ผมคิดว่าข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับการเข้าสู่ธุรกิจเครือข่าย...ธุรกิจนี้ต้องการให้เราดึงศักยภาพสูงสุดของตนเองออกมาใช้...พัฒนาอุปนิสัยที่ดี และแก้ไขในสิ่งที่แย่ๆในตัวเอง พัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย ความคิด จิตใจและจิตวิญญาณ...การพัฒนาทักษะแต่ละอย่างของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่สนุกและน่าตื่นเต้น...ผมอยากให้คนทุกคนคิดใหญ่ มีความฝัน มีเป้าหมาย ดำเนินชีวิตด้วยศักยภาพสูงสุด แล้วแบ่งปันพรสวรรรค์และคุณค่าของคุณเพื่อช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นี่คือ 6 ประเด็นหลักๆ ที่มีความสำคัญมากที่สุด นอกจากนี้ธุรกิจเครือข่ายยังมีข้อดีอื่นๆอีกเช่น เป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลาน...ได้พบปะผู้คนมาก...มีพี่เลี้ยงสอนให้คุณร่ำรวยด้วยความเต็มใจ...เป็นธุรกิจที่ครอบครัวสามารถทำร่วมกันได้...เป็นธุรกิจที่ทำได้ทั่วโลก ฯลฯ...ความมหัศจรรย์ของธุรกิจเครือข่ายนั้นยังมีอีกมากมายไม่รู้จบ...หากได้เข้าไปศึกษาด้วยตนเองอย่างแท้จริงนั้นจะเข้าใจได้เองว่าไม่มีทางปฏิเสธธุรกิจแบบนี้ได้สำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จในชีวิต

คนเราทุกคนเกิดมาล้วนมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด แต่เรามักปล่อยให้สิ่งรอบข้างมาขัดขวางความคิด ความฝันของเรา...วันนี้คุณอยากจะเป็นคนรวย ชนชั้นกลางหรือคนจน ? คุณอยากคิดใหญ่หรือคิดเล็ก ? คุณอยากจะใช้ชีวิตอย่างไร ใช้ชีวิตแบบไหน ? คุณเลือกเอาเองได้

"การรักตัวเองในทางที่ถูกคือ การหมั่นศึกษาในการพัฒนาตนเอง
ดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีเพื่อนที่ดี 
และหลีกหนีให้ห่างไกลอบายมุข"

นายห้างเทียม โชควัฒนา
ผู้สร้างเครือสหพัฒนพิบูล

"คนส่วนใหญ่ไม่ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ ก็เพราะพวกเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าตนเองต้องการสิ่งใด"

ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์

ติดต่อ พูดคุยกับผมโดยตรงได้ที่

Twitter http://twitter.com/Sun_Pharma
Facebook http://www.facebook.com/SunPharma
E-mail sunpharma26@gmail.com
IM sun_pharma26@msn.com
Read more ...

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

MLM คืออะไร ?

การตลาดแบบหลายระดับชั้น (อังกฤษ: multi-level marketing: MLM) หรือ การตลาดแบบเครือข่ายอังกฤษ: network marketing) หมายถึงระบบทางการตลาดแบบหลายระดับชั้น 


เป็นช่องทางการตลาดอีกหนึ่งช่องทางหนึ่งของผู้ประกอบการทางธุรกิจ รวมทั้งผู้ผลิตสินค้า ที่จะกระจายสินค้า และ/หรือ บริการของตนสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง เช่น บริษัทจัดจำหน่าย พ่อค้าปลีก พ่อค้าส่ง ร่วมทั้งการทำการโฆษณาอย่างเช่นเคย 


เหมือนระบบทางการตลาดแบบดั่งเดิมที่เป็นอยู่ แต่ถ้าเมื่อบริษัทขายตรงนั้นๆ ได้เติบโตอย่างเข้มแข็งเพียงพอแล้ว ก็อาจหันมาทำการโฆษณาช่วยส่งเสริมบ้างในภายหลังก็ยังได้


ธุรกิจเครือข่าย (MLM)


ระบบMLMนี้ จะใช้หลักการกระจายสินค้าโดยตัวของผู้บริโภคสินค้าโดยตรงเป็นสำคัญ เป็นผู้กระจายสินค้า และ/หรือ บริการให้กับทางบริษัทขายตรงนั้นเอง ในลักษณะของการเป็นตัวแทนอิสระ หรือผู้จำหน่ายอิสระ หรือผู้บริโภคอิสระ แล้วแต่จะเรียกชื่อกันไป 


โดยผู้บริโภคท่านนั้นๆ จะต้องเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทขายตรงนั้น เพื่อเข้าร่วมรับสิทธิในผลประโยชน์ทางการตลาดต่างๆ ซึ่งทางบริษัทขายตรงนั้นกำหนดให้ เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการกระจายสินค้า และ/หรือ บริการสู่ผู้บริโภคท่านอื่นๆ ต่อไป 


ร่วมทั้งยังได้รับผลประโยชน์ในการชักจูงผู้บริโภครายใหม่ๆ เข้ามาเป็นสมาชิกร่วมในทีมงานของตนอีกด้วย ซึ่งถือว่าการชักจูงสมาชิกใหม่ให้เข้าสู่ระบบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดหรือเป็นหัวใจสำคัญ สำหรับระบบงานขายตรงเอ็มแอลเอ็มมากๆ เลยก็ว่าได้

ลักษณะของธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น

เงินลงทุนและค่าธรรมเนียมในการเริ่มต้นธุรกิจต่ำ เพียงจ่ายเงินค่าสมัครเพื่อรับคู่มือความรู้ เอกสารฝึกอบรม และผลิตภัณฑ์ตัวอย่างเท่านั้น หากต้องการลาออก บริษัทต้นสังกัดก็ยินดีคืนเงินค่าสมัคร และค่าผลิตภัณฑ์ที่ได้ซื้อไปเต็มจำนวนด้วย

จำหน่ายผลิตภัณฑ์หลากชนิดที่มีคุณภาพสูง ยอดขายจะมาจากการจำหน่ายสินค้า ได้ซ้ำหลายครั้ง และความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ ดังนั้นบริษัทจะทุ่มเทเงิน ลงทุนเพื่อการวิจัย ค้นคว้าและพัฒนา คุณภาพของสินค้า

รับประกันคุณภาพและความพอใจในตัวสินค้า ลูกค้าสามารถเปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้หากไม่พึงพอใจภายในระยะเวลาที่กำหนด

ตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจในระยะยาวเป็นสำคัญ เพราะบริษัทต้องมีความรับผิดชอบต่อนักขาย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง

การจ่ายผลประโยชน์ รายได้ และตำแหน่งขึ้นอยู่กับการทำงานของนักขาย นั่นหมายถึง รายได้จะมาจากยอดขายที่ขายสินค้าได้

การก่อตั้งธุรกิจขึ้นอยู่กับการขายสินค้าคุณภาพ ซึ่งคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และบริษัทจะให้ความสนใจในการขยายตลาดให้กว้างออกไป

มีนักขายอิสระที่อาศัยการขายสินค้าเพื่อสร้างรายได้

มีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะมีข้อห้ามมิให้นักขายกักตุนสินค้า

นักขายจะเน้นในเรื่องการขายสินค้าและการให้บริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

เป็นการขายสินค้าอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือจากการขายตามห้างสรรพสินค้าหรือ ร้านค้าปลีก และเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งผู้บริโภค นักขาย และบริษัทขายตรงได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย 

อ้างอิงจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (เปลี่ยนทางมาจาก MLM)
--------------------------------------------------

"โชควาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแต่ละบุคคลคือ 
การได้ช่วยเหลือผู้อื่น
แทนที่จะได้ครอบงำเขาเหล่านั้น"
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์


"ในยุคนี้ เราสามารถช่วยเหลือผู้คนได้เยอะกว่าเดิมมาก สิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำได้เลยก็คือ การเขียนบล็อคและเผยแพร่ออกไปในสิ่งที่คุณรู้ลึก รู้จริง และรู้จากประสบการณ์ของคุณ"


สร้างมิตรภาพ...ด้วยหัวใจสีขาว... ♡ ...


ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ (ซัน)
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์

ติดต่อ พูดคุยกับผมโดยตรงได้ที่

♡ Facebook  http://www.facebook.com/Kitticharn.MLM คลิ๊ก "ถูกใจ"
 Twitter  http://twitter.com/Sun_Pharma
 IM  sun_pharma26@msn.com
 skype  sun_pharma
 E-mail  sunpharma26@gmail.com 
Tel: 081-3404170 , 086-3365150
Read more ...

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ประวัติผู้เขียนบล็อก

สวัสดีครับ ผมภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ มีชื่อเล่นว่า"ซัน (Sun)" ...ผมเป็นลูกคนที่ 4 เป็นคนสุดท้ายในพี่น้องทั้งหมด 4 คน...ผมเกิดและโตใน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี...ครอบครัวของผมทำธุรกิจร้านขายยาเล็กๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์

สมัยที่ผมยังเรียนอยู่ที่โรงเรียน ผมเป็นคนที่ชอบเล่นฟุตบอลและเกมส์ฟุตบอลวินนิ่งมาก...เมื่อมีการจัดการแข่งขันทั้งในสนามจริงและในเกมส์ ผมมักจะเข้าร่วมแข่งขันอยู่เสมอ...สิ่งที่แตกต่างกันก็ืคือ การแข่งขันในสนามจริง ทีมผมมักจะตกรอบแรก ส่วนในเกมส์ผมมักจะได้แชมป์...ส่วนเรื่องการเรียนนั้นไม่ต้องพูดถึง เกรดเฉลี่ยของผมอยู่ระดับต่ำถึงปานกลางมาตลอด...ซึ่งผมยอมรับว่าเป็นเด็กที่ติดกิจกรรมต่างๆมากกว่า

ผมเป็นคนที่มีความช่างคิดช่างฝันตั้งแต่เด็กๆ สมัยมัธยมต้นผมคิดจะเป็นจิตรกร แต่ที่บ้านผมขายยาเมื่อเข้ามัธยมปลายผมจึงตามใจป๊า ว่าต้องเข้าเรียนสายวิทย์...พอเข้ามัธยมปลายผมมุ่งมั่นจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ...แต่แล้วเมื่อไปคัดตัวตามที่ต่างๆ ผมก็ยังตกรอบและมีทักษะที่สู้นักบอลเก่งๆไม่ได้ ได้แต่เล่นเป็นนักฟุตบอลประจำชั้น - -

กิตติชาญ

พอเข้าเรียนมหาลัยในเรื่องของการแข่งฟุตบอลในสนามจริงผมยังคงได้เล่นอยู่เหมือนเดิมกับกีฬามหาชนอย่างฟุตบอล เป็นนักกีฬาของคณะและมหาวิทยาลัย แพ้บ้าง ชนะบ้างตามประสา...สิ่งสำคัญก็คือทำให้ผม "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" และได้มิตรภาพอีกมากมาย

ในปี 2002 ขณะเรียนปี 1 ผมเริ่มรู้จักการใช้ "อินเตอร์เน็ต" (จริงๆแล้วผมควรจะใช้เป็นก่อนผมจะเข้าปี 1 มานานละ แต่เนื่องจากในสมัยเรียนมัธยม ผมใช้คอมพิวเตอร์เล่นเกมเป็นอย่างเดียว - -)...ในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการแข่งเกมส์วินนิ่ง...สื่อนิตยสารเกมส์ ที่ผมเคยอ่านเพื่อหางานแข่งเกมส์สมัยเรียนมัธยมเปลี่ยนมาเป็นสื่ออินเตอร์เน็ตที่ผมได้ใช้ค้นหาข้อมูล ทำให้หางานแข่งได้รวดเร็วกว่า ชัดเจนกว่า ทั้งยังมีโต้ตอบผ่านเว็บบอร์ด ทำให้ผมเริ่มมีสังคมใหม่ทั้งยังติดตามข่าวสารได้อย่างไม่พลาดไม่ว่าจะมีงานแข่งเกมส์ที่ไหนจัด

ผมเริ่มแข่งเกมส์วินนิ่งระดับประเทศตั้งแต่ปี 1 เป็นต้นมา เงินรางวัล ของรางวัล มีตั้งแต่หลักพันจนไปถึงหลักล้าน !!...สถานที่จัดแข่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามผู้สนับสนุนและผู้จัดงาน...คนที่มาแข่งมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันคนในแต่ละรายการ...สมัยแข่งขันแถวบ้าน การคว้าแชมป์ผมมักทำได้อย่างต่อเนื่อง...แต่พอถึงระดับประเทศ...ผมล้มลุกคลุกคลานมาตลอด

สามปีแรกผมตกรอบโดยที่ยังไม่ได้ของหรือเงินรางวัล...แถมหลายๆครั้ง ยังต้องเสียเงินค่าสมัคร เสียเวลาแข่งหลายวัน เสียค่าเดินทาง...หากเปรียบเทียบว่านี่คือธุรกิจที่ผมทำ ผมคงเจ๊งมาตลอด...แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมย่อท้อ เพราะผมไปแข่งด้วยความสนุกและรักในเกมวินนิ่งจริงๆ...ผมปรับปรุง พัฒนาการเล่นอยู่อย่างสม่ำเสมอ...จนกระทั่งตอนที่ผมเรียนอยู่ปี 4 (ปี 2005) ผมไปแข่งและได้เป็นแชมป์ประเทศไทย !!

กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์
บรรยากาศการแข่งเกมส์ที่ MCC Hall เดอะมอลบางกะปิ

กิตติชาญ
นัดชิงชนะเลิศวินนิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของผม

ซัน แชมป์วินนิ่งประเทศไทย
แชมป์ประเทศไทย !! สำเร็จจนได้

การได้แชมป์ประเทศไทยทำให้ผมรู้ว่า หากได้ทำสิ่งที่ชอบแล้วพยายามอย่างไม่ล้มเลิก ซักวันนึงต้องสำเร็จอย่างแน่นอน

เป็นโชคดีของผม ที่ปีนั้นเป็นปีแรก ที่ทางผู้จัดจะพาผู้ชนะเลิศการแข่งขันไปแข่งชิงแชมป์อาเซียน ที่มาเลเซีย และชิงแชมป์โลกที่พิพิธภัณฑ์ลูฟ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส...ซึ่งทุกอย่างฟรี !! ทั้ังมีเงินรางวัล รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สเปคระดับ 3 หมื่นบาท ณ ขณะนั้น...นอกจากนั้นยังได้มิตรภาพดีๆ อีกมากมายเช่นเคย

สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนที่มาเลเซีย ผมยังคงได้แชมป์อีกครั้ง (ขอเสียงปรบมือนิดนึงครับ ^.^)...ในขณะที่การแข่งชิงแชมป์โลกที่ ประเทศฝรั่งเศส ผมตกรอบแรก T^T...ทำให้ผมได้รู้ว่า โลกนี้ยังมีคนเก่งกว่าเราอีกมากมาย...และหากเราไปได้ไม่ถึงแชมป์โลก เส้นทางอาชีพสายเกมเมอร์ก็คงไม่มีอนาคตที่ดีได้แน่...เพราะแต่ไหนแต่ไรมา คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเกมส์ไร้สาระมาตลอด...และถ้าขาดการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ อาชีพเกมเมอร์ก็คงไม่มีอนาคตในเมืองไทย

ซัน แชมป์วินนิ่งอาเซียน !!
แชมป์อาเซียน อีกหนึ่งความภาคภูมิใจ

หลังจากปี 2005 ก็ไม่มีผู้จัดเกมส์วินนิ่งที่ไหนอีกที่จะพาไปแข่งขันในรายการระดับโลกอีก...มีแต่รายการชิงเงินรางวัลหรือเครื่องเกมส์ทั่วไป...ในช่วงนั้นผมก็ยังไปแข่งวินนิ่งรายการระดับประเทศอีกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกิจกรรมพบปะเพื่อนฝูงหรืองานอดิเรกไป...ได้แชมป์บ้าง ไม่ได้บ้าง คละเคล้ากันไป...

ปี 2007 ผมจบการศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ผมได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ธุรกิจเครือข่ายยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่ง...ผมเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่ายด้วยความท้าทายใหม่ๆ ความฝันอันยิ่งใหญ่...เป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับธุรกิจมหัศจรรย์

ทำไมต้องธุรกิจเครือข่าย ?

โอกาสที่ซ่อนอยู่ในธุรกิจนี้นั้นมากมายจนไม่อาจปฏิเสธได้สำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกับอิสรภาพในการทำงาน

ธุรกิจเครือข่ายเปรียบเสมือนโรงเรียนสอนชีวิต...ผมเริ่มอ่านหนังสือแนว พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ บริหารธุรกิจ จิตวิทยา การขาย การตลาด...และนิตยสารธุรกิจอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง...ผมเข้าอบรมในธุรกิจเครือข่ายหลายบริษัท คอร์สอบรมพัฒนาเพิ่มศักยภาพในด้านต่างๆ ฟังซีดี เข้าฟังนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ...การเข้าสู่ธุรกิจเครือข่ายทำให้ชีวิตของผม เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ต้นปี 2010 หลังจากล้มลุกคลุกคลานกับธุรกิจเครือข่ายหลายบริษัท ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ด้วยวิธีการทำงานแบบออฟไลน์...ผมไ้ด้ค้นพบว่ามี "ระบบการตลาดแบบดึงดูด (Attraction Marketing)" ที่ใช้พลังของอินเตอร์เน็ต เข้ามาช่วยเพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสมัครร่วมธุรกิจกับเรา...โดยที่เราไม่ต้องโทรตาม ไม่ต้องตื้อ ไม่ต้องขาย...อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อ"ธุรกิจเครือข่าย"ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด ได้พลังอันยิ่งใหญ่จากอินเตอร์เน็ตเข้ามาทำงาน

-------------------------------------------

"จุดประสงค์ในชีวิตของเราคือการเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตของผู้คน
ในยุคนี้และยุคต่อๆไป"
บัคมินเตอร์ ฟูลเลอร์

"ในยุคต่อๆไป ถ้าหากคุณไม่เรียนรู้การใช้งานอินเตอร์เน็ตในเชิงธุรกิจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เชื่อไหมว่าไม่ว่าคุณจะทำอะไรคุณจะพบแต่ปัญหา แต่หากคุณเรียนรู้แล้วพัฒนาทักษะในการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง เชื่อได้เลยว่าเงินจะไหลมาหาคุณได้ง่ายดายกว่าคนยุคก่อนๆอย่างเทียบกันไม่ได้"


ภก.กิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ (ซัน)
ผู้นำธุรกิจเครือข่ายสีขาว
Read more ...

ติดตามบทความใหม่ๆ จากผมทางอีเมล์