วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกเข้าคอร์ส ของ Life University วันที่ 7-9 ต.ค. 2559


บันทึกเข้าคอร์ส ของ Life University วันที่ 7-9 ต.ค. 2559
Finding Life Purpose & Passion

วันที่ 7 ต.ค. 2559

=== Part เช้า ===

"การทรยศตัวเอง" คือ การพูดว่า.. "จะทำ" แต่ "ไม่ได้ทำ"

คุณไม่มีทางเจอ "คนที่ใช่ !"... ตราบใดก็ตามที่คุณยังเป็น "คนที่ไม่ใช่ !?"
"จงเป็นนักสังเกตตัวเอง"

"เวลา ให้เพื่อนยืมเงิน จงคิดว่า เราให้เขาไปแล้ว..."
=== Part บ่าย ===
“ความรู้” ไม่ใช่ "พลัง"
ความรู้ ที่นำไปใช้ต่างหาก ที่เป็น "พลัง"
"ประสบการณ์" ที่ดี และไม่ดีต่างหากที่เป็น “พลัง”
เมื่ออ่านหนังสือ ไม่จบ ให้บอกตัวคุณเองว่า ต้องทำให้จบ… (เพราะถ้าเรื่องนี้ ยังทำไม่ได้ ในทุก ๆ พื้นที่ ของชีวิต คุณจะทำอะไรไม่เสร็จซักอย่าง !)

ใส่โปรแกรมสมอง
“ตลอดชีวิตนี้ ฉันจะไม่โกรธคุณตลอดไป”
“ฉันจะสมบูรณ์ แข็งแรงตลอดชีวิตของฉัน”
ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ‘อย่าทำ !’ => คำนี้ คือคำแนะนำของคนโง่ ๆ อย่าไปเชื่อ !
.
คุณจำเป็นต้อง “ตัดสินใจ” ก่อน แล้ว “วิธีการ” จะมาเอง (คุณต้อง “เป็น” ก่อนที่คุณจะ “ทำ”)
จงตัดสินใจ ในขณะที่คนอื่นมองว่า “บ้า !”
.
(มุมมองส่วนตัวของผม ก็คือการเห็น “ภาพสุดท้าย” ก่อนว่าคุณจะ “เป็นอะไร ?” “เป็นใคร ?” ภาพในอนาคตของคุณอีก 3 ปี หรือ 5 ปี ข้างหน้า )
.
การตัดสินใจ จะทำให้คุณออกจาก Comfort zone
.
พวกเรียกตัวเองว่า “นักคิด” คือพวกเป็น “โรค” อะไรบางอย่าง ?
(เหมือนแจ๊คหม่า กล่าว.. “คนอุปนิสัยจน ก็คือ พวกคิดมากกว่าศาสตราจารย์ แต่ลงมือทำน้อยกว่าคนตาบอด !”)
.
คุณต้อง “ตัดสินใจ” “สร้างสรรค์อะไรบางอย่าง” “แก้ปัญหา”
.
สิ่งที่เลวร้ายที่สุด ที่เกิดขึ้นกับคุณ...อาจเป็นของขวัญที่ยอดเยี่ยมที่สุด สำหรับชีวิต
.
ชีวิต ไม่เคยยุติธรรม ! คุณต้องเติบโตเหนือการต่อสู้ เหนือการแข่งขัน .. อย่าถามว่า “ทำไม ไม่ใช่ฉัน ?” แต่ให้ถามว่า “ทำไม เขาต้องเลือกคุณ !?”
.
หยุดบ่น ! ทำตัวเองให้เหนือกว่า การแข่งขันของคุณ
.
=== Part ค่ำ ===
.
ฉันไม่ได้ทำในสิ่งที่ฉันรักเท่านั้น แต่ฉันรักทุกสิ่งที่ฉันทำ
.
“คุณไม่รู้วาคุณคือใคร ?”
...ถ้าคุณไม่พาตัวเอง เข้าไปในสถานการณ์คับขัน คุณจะไม่มีทางรู้ว่าคุณคือใคร ?
...ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณไม่มีทางสำเร็จ และคุณไม่มีทางรู้ ว่าคุณคือใคร ?
...ถ้าคุณไม่เสี่ยง คุณก็อยู่อย่างปลอยภัยต่อไป !...เราจะไปต่อกันแล้ว !
.
## กิจกรรม ##
มองตา เพื่อนมนุษย์ ทั้งคนที่รู้จัก และคนไม่รู้จัก
...มันสำคัญหรือ..ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเรา...คือคนในครอบครัวของเรา
...มันสำคัญหรือ..ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเรา...คือคนที่เราต้องรู้จักชื่อ
...มันสำคัญหรือ..ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเรา...คือคนรวย หรือคนจน
...ถ้าเขาเป็น รัฐมนตรี คุณจะรู้สึกอย่างไร… ?
...ถ้าเขาเป็น คนกวาดถนน คุณจะรู้สึกอย่างไร ... ?
...คุณ “ตัดสิน” เขาอย่างไร ? ...
...เขา “เป็น” มากกว่าที่เรามองเห็น ...


( ช่วงนี้ ผมอินจนน้ำตาไหล อธิบายความลึกซึ๊งกิจกรรม ไม่ได้จริง ๆ แต่มันดีมาก ! )
.
Process นี้ ทำให้ผมไม่ “ตัดสิน” คนอื่นอีกต่อไป เพราะเขาและเรา ก็คือเพื่อนมนุษย์เหมือน ๆ กัน
.
...ได้รับการบ้าน เขียนประสบการณ์ ทั้งดีและไม่ดี อดีต ถึงปัจจุบัน.. ส่งพรุ่งนี้เช้า เป็นบัตรเข้างาน
.
จบวันแรก
.
===================
.
Finding Life Purpose & Passion
วันที่ 8 ต.ค. 2559
.
=== Part เช้า ===
.
- คนที่ไม่มาเข้าคอร์ส .. พวกเขาจะบอกว่า “ฉันไม่มีปัญหา ?” ความจริงคือ เขายังไม่พร้อมสำหรับ การเปลี่ยนแปลง “พวกเขายังไม่รู้ปัญหาของตัวเอง”
- วิธีคิด = พฤติกรรม , ความรู้สึก = พฤติกรรม
.
- คุณต้องเข้าใจ ว่าคุณคิด “สิ่งใหม่ ๆ” หรือ “สิ่งเดิม ๆ” ต้องแยกแยะได้
- มนุษย์รู้ว่า อะไร “ถูก” อะไร “ผิด” ..มันมีอยู่ในตัวเราทุกคน ..แต่มันมี Imprint ที่ปกคลุม ทำให้เราไม่สามารถมองโลกในแบบที่มันเป็น
.
- “ฉันรู้สึกไม่ดี” “ฉันต้องการความช่วยเหลือ” => นั่นแหล่ะ คือคนนอบน้อม .. นั่นแหล่ะ คือ มนุษย์
- อย่ามั่นใจอะไรเกินไป...ถ้าได้ผล “ไปกับมัน !”...การได้ผล = คุณ “รู้สึกดี” ...ถ้าได้ผล แต่อยู่บนความเดือดร้อนของคนอื่น แสดงว่า มันไม่ใช่…!
.
- “คำบ่น จู้จี้ จุกจิก ก้าวร้าว… หากเจอ แล้วทำให้คุณหงุดหงิด นั่นแสดงว่า “คุณไม่เห็นภาพใหญ่” ที่เป็นเป้าหมาย ให้คุณตื่นเต้น … เพราะถ้ามี ..เรื่องพวกนั้น จะเล็กมาก ในสายตาคุณ !
.
- คุณต้องให้คำจำกัดความกับชีวิตตนเอง คุณต้องระเบิดตัวเองบ่อย ๆ เพราะถ้าคุณไม่ตื่นเต้น ในการทำอะไรบางอย่าง ในไม่ช้า “คุณจะตาย !” และทำให้คนรอบข้าง ตายไปด้วย
- ถ้าคุณไม่เปลี่ยนเป้าหมาย คุณก็ไม่คู่ควรอะไร มากไปกว่า ความล้มเหลว
.
- ถ้าคุณไม่สร้างอะไรบางอย่าง ร่วมกันกับ คู่ของคุณ ..สุดท้าย ความสัมพันธ์ คุณก็จะพัง
.
- ถ้าคุณเจ็บป่วย เป็นโรคต่าง ๆ เช่น มะเร็ง.. แล้วคุณมาให้ผมช่วย.. ผมจะถามคุณว่า.. “คุณจะเอาร่างกายที่แข็งแรงไปทำอะไร ?”


หากคุณมีคำตอบว่า “ฉันแค่อยากแข็งแรง !” …”คุณจะตาย !? ...ถ้าคุณอยากแข็งแรง คุณต้องให้ “ความหมาย” กับชีวิตใหม่ (ประมาณว่า คุณอยู่เพื่ออะไร ? เพื่อใคร ?)
.
จงใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ ตายในปากฉลาม ตายด้วยการตกเขา ...อย่าตายใน โรงพยาบาล !..ลูกหลานคุณหมดเงินแล้ว ! ..รู้ไหม !?..คนที่บ้านเขาคุยถึงคุณว่าอย่างไร !? .. “เมื่อไหร่จะตายซักที !?”
.
หนังสือที่คุณอ่าน ทีวีที่คุณดู ถ้ามันไร้สาระ คุณก็จะไร้สาระ มันดึงดูดกัน !
.
## กิจกรรม ##
.
=== Part บ่าย ===
.
## กิจกรรม ##
ข่วงนี้เน้นกิจกรรม Process
.
=== Part ค่ำ ===
.
## กิจกรรม ##
ข่วงนี้เน้นกิจกรรม Process
ย้อนกลับไปในอดีต เจอเหตุการณ์ “ที่ดี” แล้ว ทำให้มันยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก ! เฉลิมฉลองกับมัน !........ (ผมขอเล่าสู่กันฟัง สั้น ๆ แค่นี้ เพื่อให้เข้าคอร์ส ด้วยตนเอง)
.
จบวันที่ 2
.
==================


Finding Life Purpose & Passion
วันที่ 9 ต.ค. 2559
.
=== Part เช้า ===
.
ความสำเร็จ มันไม่ใช่ บ้านหรู ๆ รถซูเปอร์คาร์….
ความสำเร็จ มันคืออะไรก็ตามที่…
ถ้าคุณมีปัญหาสุขภาพ...แล้วคุณแก้มันได้ นั่นคือ ความสำเร็จ
ถ้าคุณมีปัญหาความสัมพันธ์ กับคู่ของคุณ แล้วคุณแก้มันได้ นั่นคือ ความสำเร็จ
.
- ถ้าคุณสามารถช่วยเหลือคนอื่น มากกว่าช่วยเหลือตัวคุณเอง ปัญหาของคุณจะหมดไป
- “ถ้าคุณช่วยให้คนอื่นได้ในสิ่งที่ต้องการ คุณก็จะได้ ในสิ่งที่มากกว่าคุณต้องการ” - จิมรอห์น
.
ใครอยู่กับคุณบ้าง ในตอนนี้ ? จงช่วยเหลือพวกเขา ! ชีวิต จะสอนคุณเองว่าต้องทำอะไรต่อไป
.
คุณอาจจะเคยอ่านหนังสือมามากมาย คุณอาจจะเคยเข้าคอร์ส สัมมนามานับไม่ถ้วน .. แต่ผมรับรอง ไม่มีที่ไหนเหมือนกับที่นี่ !
.
## กิจกรรม ##
ข่วงนี้เน้นกิจกรรม Process
.
ย้อนกลับไปในอดีต เจอเหตุการณ์ “ที่ไม่ดี” แล้ว เปลี่ยนมันให้ดี => ยอดเยี่ยม... ด้วยการให้ “ความหมาย” กับมันใหม่...บทเรียนนั้น เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง ? บทเรียนนั้น ทำให้เราเติบโต เป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างไร !?.......
.
- มันไม่เกี่ยว ว่าอะไรเกิดขึ้นกับคุณ ! มันเกี่ยวว่า คุณทำอะไรกับมันต่างหาก !
- คุณไม่ต้องรอให้หลังชนฝา แล้วคุณค่อย “ตัดสินใจ” ! คุณต้องทำตาม Passion ตั้งแต่วันนี้ !
.
เรื่อง ชีวิต และความตาย .. ความจริงคือ ไม่เคยมีใครตาย ..ร่างกายไม่อยู่ แต่วิญญาณ ยังอยู่ … ความทรงจำ ยังอยู่ ...วันนี้ เมื่อวาน คนจะจดจำคุณในเรื่องอะไร ?
.
=== Part บ่าย ===
.
ถ้าคุณมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แล้วคุณยังไม่ได้ทำมัน คุณจะรอดได้ทุกสถานการณ์
.
## กิจกรรม ##
ข่วงนี้เน้นกิจกรรม Process
.
=== Part ค่ำ ===
.
## กิจกรรม ##
ข่วงนี้เน้นกิจกรรม Process
- เรื่องการเอาทักษะ ความสามารถ สวมวิญญาณ ไอดอลของเราแต่ละคน
- เรื่อง ความยืดหยุ่นของร่างกายเรา...ให้จินตนาการในสมอง… (ให้ทุกคนเข้าคอร์สเองดีกว่า Process นี้ ผมว่ามันสุดยอดมาก ! กับการตั้งโปรแกรมสมองใหม่ และเราทุกคนก็ทำมันได้จริง ๆ !)
.
ดูคลิปวิดีโอ อเมริกันฟุตบอล ที่ทลายขีดจำกัดของตนเอง .. (ช่วงนี้ผมเห็นภาพชัดเลยว่า คนเรามีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด!)
.
จบวันที่ 3
.
ขอบคุณโค้ชวาส และทีมงานสตาร์ฟ ทุกคน นี่เป็นคอร์สที่ดีที่สุดที่ผมเคยเรียนมา ! แล้วผมจะเข้าคอร์สต่อ ๆ ไป อีกครั้งหนึ่ง .. ขอบคุณครับ :)

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

5 เหตุผลที่คุณต้องตัดสินใจลงทุนเทรด Forex ให้เป็นเสียตั้งแต่วันนี้


ในปัจจุบัน ข่าวคราวเกี่ยวกับ forex ดูเหมือนจะได้รับการตีแผ่ในสังคมไทยอย่างมาก อันเนื่องมาจาก แชร์ลูกโซ่ มากมายที่ต่างอ้างอิง forex เพื่อหาผลประโยชน์ทั้งสิ้น ส่งผลให้ ทำให้หลาย ๆ คนอาจมองว่า forex เป็นเรื่องของการหลอกลวง (Pozi) แต่ในความเป็นจริงแล้ว forex คือหนึ่งในเครื่องมือทำเงินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ในยุคปัจจุบัน และจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิตอล (Digital Asset)

ดังนั้นหากคุณกำลังสนใจ และสับสนว่าควรจะเข้ามาศึกษาเรื่องของการเทรด forex อย่างจริงจังหรือไม่ บทความนี้ขอเสนอ เหตุผลสำคัญที่คุณจะต้องพิจารณาประกอบการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลข้างต้นครับ

1. เทรด forex สามารถทำเงินได้จริง
เป็นความจริงอย่างที่สุด และเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือ คุณสามารถเทรด forex และประสบความสำเร็จจากงานนี้ได้อย่างแน่นอน ปัจจุบันมีผู้เทรด forex ทั่วทั้งโลกกว่า 30 ล้านบัญชี (อ้างอิง exness 2016) และมีผู้ทำกำไรเดือนละกว่า 1,000 เหรียญ (35,000 บาท) หลายแสนบัญชี นี่จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงโอกาสในการทำเงิน และคุณสามารถทำได้เช่นกัน

2. มีระบบการเรียนรู้ที่ถูกต้อง และสามารถฝึกฝนจนใช้งานได้จริง
รูปแบบการเทรด forex เป็นแบบเดียวกันกับรูปแบบการเทรดหุ้นในตลาดหุ้นไทย หรือการเทรดในตลาดหุ้นอื่นๆ ดังนั้นเครื่องมือต่าง ๆ (Indicator) ที่ใช้จึงเป็นตัวเดียวกันกับการเทรดแบบ forex เช่นเดียวกัน ดังนั้นคุณสามารถเรียนรู้ ฝึกฝน ระบบการเทรดที่ถูกต้อง เพื่อการทำกำไรอย่างยั่งยืนได้จริง! ที่สำคัญ ใช้เวลาเรียนรู้ไม่นานเสียด้วย

3. มีโบรกเกอร์ที่มีคุณภาพให้เลือกมากมาย
คุณสามารถเลือกขึ้นทะเบียนเป็นนักเทรด กับโบรกเกอร์มากมายจากทั่วโลก ที่ให้บริการออนไลน์ และสมัครสมาชิกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งการยื่นเอกสารต่าง ๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก และใช้เวลารวดเร็ว ทำให้คุณสามารถเริ่มต้นเทรด และทำกำไรได้ภายในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น

4. สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income ได้
เนื่องจากตลาดของ forex มีขนาดใหญ่มากๆ และมีสมาชิกผู้เทรด forex เป็นจำนวนมาก (มากกว่าผู้เทรดในตลาดหุ้นไทยรวมกันทั้งหมดเสียอีก) ดังนั้นจึงมีผู้ที่ออกแบบระบบ Auto trade เช่นบัญชี Pamm เป็นต้น คุณเพียงแค่เปิดบัญชี Pamm และปล่อยให้คนที่ชำนาญ และเชี่ยวชาญการเทรดมากกว่าคุณ ทำหน้าที่แทนคุณ! ที่เหลือล่ะ? คุณก็รอรับเงินอย่างเดียวยังไง  และนั่นล่ะคือ passive income สำหรับคุณครับ

5. เป็นวิชาที่สร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้ชีวิตคุณ
ผมรู้ว่าเรื่องนี้อาจดูเข้าใจยาก แต่ผมต้องการนำเสนอว่า เราอาจเลือกเรียนวิชาทางโลกต่าง ๆ มากมายจนกระทั่งจบปริญญาตรี ซึ่งมันใช้เวลามากกว่า 15 ปี แต่ด้วยหลักการเดียวกัน คุณสามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ในการการเทรด forex และสามารถทำเงินได้ มันใช้เวลาไม่นาน และสร้างความมั่งคั่งให้กับการเงินของคุณแน่นอน

☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆

เริ่มต้น เรียนรู้ คอร์ส Forex อย่างถูกทาง กับกลุ่มของเรา คลิก! >> https://goo.gl/PKutkt

☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆
ติดตาม วิธีคิด พัฒนาตนเอง ข้อมูล ความรู้ และ เรื่องราวดีๆ แบบนี้ได้ที่

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กว่าจะมาเป็น “นักลงทุนอิสระ” อย่างทุกวันนี้ ..


สวัสดีครับ ผมกิตติชาญ ภคภาพรวงศ์ หรือเรียกผมง่ายๆ ว่า “Sun” .. ผมมีเรื่องเล่าอะไรบางอย่างที่อยากจะบอกกับแฟนเพจ ทุกท่าน


เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว ผมเรียนจบ เภสัชกร ด้วยความตั้งใจของพ่อแม่ ที่บ้านมีร้านขายยา และคาดหวัง ว่าผมจะต้องสืบทอดกิจการต่อ


ทว่า .. อาของผม ได้ชวนผมเข้าไปในบริษัทเครือข่าย ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง .. ผมจึงได้เรียนรู้เรื่อง “เงิน 4 ด้าน” ของโรเบิร์ต คิโยซากิ ทำให้ผมรู้ว่า “เป้าหมาย” ของผมคือการไปอยู่ “ฝั่งขวา” ของ “เงิน 4 ด้าน” นั่นเป็น จุดเริ่มต้น ของการพยายามทุกวิถีทางของผม ที่จะมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา


แม้จะจบเภสัชกร แต่การเป็น นักธุรกิจเครือข่าย นั้นไม่ได้ง่ายดายนัก .. ผมพยายามอ่านหนังสือ ค้นหาวิธีการ และเข้าอบรม อย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปีแรก ผมกลับมาทบทวนตนเอง ก็พบว่า ชีวิตเรายังไม่ไปไหนเลย !


คำว่า “Passive Income” น่ะหรือ !? โอ้ว มันช่างห่างไกล ยิ่งนัก !


หลังจากเรียนจบ และทำธุรกิจเครือข่าย เข้าปีที่ 3 ผมก็เริ่มมี “วิธี” การทำเครือข่ายที่ทรงพลังมากขึ้น เพราะสามารถประยุกต์ใช้ พลังของโลกออนไลน์ สร้างผลลัพธ์ได้ดีขึ้นมาระดับหนึ่ง


ผ่านมา 5 ปี จากเรียนจบ ผมเริ่มมี “ผลงาน” บนโลกออนไลน์ และเป็นที่รู้จักของผู้คน แม่ทีม พ่อทีม คนเครือข่าย ในยุคนั้น ผมจึงเริ่มเปิดคอร์ส เป็นอาจารย์สอนทางด้าน @Social media เพื่อทำการตลาด โดยสอนให้กับผู้ประกอบการ ต่างๆ ทั้งธุรกิจเครือข่าย และ SME ทั่วไป .. ช่วงนั้นผมได้รับงาน บรรยาย นอกสถานที่ ทั้งองค์กร ภาครัฐ และเอกชน ทำให้ผมมีประสบการณ์มากขึ้น ในเรื่องของ การตลาดออนไลน์ สำหรับโลกธุรกิจ


ทว่า เมื่อมองย้อนกลับมา ผมทำธุรกิจเครือข่าย และ ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญ การตลาดออนไลน์ ทั้งสองสิ่งนี้ กลับไม่ได้ ทำให้ “การเงิน” ของผมดีขึ้นมากมายนัก แม้ผมจะทำงานแบบ Full Time ก็ตาม … ผมกลับมาทบทวน “เป้าหมาย” ของผมใหม่ นั่นคือ #อิสรภาพทางการเงินและเวลา ที่ผมมุ่งมั่น แต่ก็ยังไปไม่ถึงสักที


ผมจึงเปิดโอกาสให้ตนเองได้ลอง “ทำสิ่งใหม่” และผมก็เริ่มต้น เมื่อต้นปี 2014


โอกาสใหม่ ครั้งนี้มาพร้อมกับ นักเรียน คอร์ส Social media marketing ของผมคนหนึ่ง ที่มานำเสนอ โปรเจกต์ การลงทุน !


ครั้งแรก ที่เขานำเสนอผมนั้น ผมบอกเขาไปตรงๆ ว่า เงินเริ่มต้น ผมยังไม่มีเลย เพราะเพิ่งเอาไปลงทุน อีก บริษัทหนึ่ง


โปรเจกต์ การลงทุน ที่เขานำเสนอผม นั้นเริ่มที่ ที่เงิน 1,000 $ (ประมาณ 34,000 บาท ณ เวลานั้น) .. ผมบอกเขาว่า “ผมไม่รู้เรื่องการลงทุน” และเงินลงทุนก็ยังไม่มีด้วย !


เขาบอกผมว่า “ผมอยากได้ อาจารย์ มาขยายตลาดกับโปรเจกต์ การลงทุน…...นี้ครับ .. ผมเชื่อว่า อาจารย์สามารถทำได้”


และสุดท้าย หลังจากที่ผมได้ฟังโปรเจกต์ นั้นจนครบถ้วน ผมก็เริ่มเห็น “แสงสว่าง” บางอย่างที่จะทำให้ผมไปสู่เป้าหมายของผมได้ .. ชีวิต การลงทุน อย่างจริงจัง ของผม เริ่มต้นขึ้นใน เดือน กพ. 2014


ทั้งๆ ที่โลกการลงทุน มันอยู่ ฝั่งขวา ของ “เงิน 4 ด้าน” ตั้งแต่แรกแล้ว แต่ผมกลับมีกำแพง กับการลงทุน มาตลอดเวลาเพราะผม มีความเชื่อว่า เราต้องมีเงินเยอะๆ ก่อน เช่น 6-7 หลักขึ้นไป เราถึงจะลงทุนได้ เราจะใช้ “เงินต่อเงิน” ได้ .. แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ !!!


โลกการลงทุน เราจำเป็นต้องมี “ความเข้าใจ” มันให้ได้ก่อน แต่เราจะ “เข้าใจ” มันได้เราจำเป็นต้อง “ลงมือทำ” .. และดีที่สุด คือการเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยๆ นั่นแแหล่ะครับ!


คุณจำเป็นต้องเริ่มต้นให้ "เร็วที่สุด!" เหมือนการขี่จักรยานน่ะครับ คุณไม่สามารถขี่มันเป็นได้ ด้วยการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว!

หลังจากที่ผมได้เริ่มต้น เมื่อ เดือน กพ. ปี 2014 ด้วยเงิน 1,000 $ เนื่องจากผมค่อนข้างที่จะมี “ทักษะ” เรื่องการขยาย ตลาด ขยาย องค์กร เพราะมีประสบการณ์ ทั้ง Network และ Social media marketing มาแล้ว เกือบ 10 ปี .. ผมจึงทำผลงาน ในการขยายตลาด ได้ค่อนข้างที่จะโดดเด่นกับ โปรเจกต์ การลงทุน นั้น .. ทำให้ผมได้รับ “ค่าคอมมิชชั่น” และนำเงินตรงนั้น มาต่อยอดลงทุนต่อ .. ทำให้ผมเริ่มที่จะใช้ “เงินต่อเงิน” ได้


บางคนอาจงง เรื่อง “ค่าคอมมิชชั่น” ผมอธิบายง่ายๆ แบบนี้ครับ เหมือนเราเป็น “Agent” หรือ "นายหน้า" น่ะครับ เราจะได้รับส่วนแบ่ง จาก โบรกเกอร์ เมื่อมีคนมาเปิดบัญชี เทรด หรือ ลงทุน กับโบรกเกอร์ที่เราแนะนำ


ชีวิตของผมดีขึ้น ทีละเล็กทีละน้อย จากจุดนี้ ผมเริ่มเลิกทำ เครือข่ายอื่นๆ ที่เคยทำ และหันมา โฟกัส กับ การเป็น Agent ในโปรเจกต์ การลงทุน อย่างเต็มตัว !


เสน่ห์ ของการลงทุนในโปรเจกต์ แบบนี้ก็คือ ผมได้รับ Passive Income ตั้งแต่ที่ผมเริ่มต้นลงทุนเลย แม้ว่าผมจะไม่ได้ทำการตลาด หรือแนะนำใครก็ตาม


การเงิน ของผมดีขึ้นเรื่อยๆ และ คนในครอบครัวของผมก็รู้สึกเช่นกัน ! ว่าผมมีความสำเร็จแล้วในระดับนึง


เวลาคนเครือข่าย พูดถึง Passive Income พวกเขาจะพูดกันในเรื่องรายได้ “ต่อเดือน” .. ใช่ครับ ! โปรเจกต์ การลงทุน ที่ผมแนะนำ โบรกเกอร์ เขาจ่าย ปันผลกำไร เป็น “ต่อเดือน” เช่นกัน!


ผ่านไป 1 ปี ผมมีรายได้ ทั้งค่า คอมมิชชั่น จากการแนะนำ โปรเจกต์ และ ปันผลกำไร ในแต่ละเดือน มากกว่า 6 หลักต่อเดือน ติดๆ กันหลายเดือน .. โอ้ว ! นี่หรือ Passive Income ! ผมมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร !?


ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่ผม หลงระเริงกับการใช้เงิน .. ผมเลือกซื้อของที่แพงที่สุด ! เข้าสปา ซื้อ สมาร์ทโฟน รุ่นใหม่ล่าสุดด้วยเงินสด ... บัตรส่วนลด ที่แต่ก่อนเคยใช้ ตอนนี้ ไม่เคยมองเลย


จาก ก.พ. 2014 - กลางๆ ปี 2015 ผมทำกำไร จาก โปรเจกต์ นี้ เป็นจำนวนหลายล้านบาท (ไม่ต้องพูดถึงผู้แนะนำผมนะครับ เขาทำกำไร มากกว่าผมหลายเท่าทีเดียว !)


โปรเจกต์เดียว “เปลี่ยนชีวิต” ทางการเงิน กันเป็นหลักร้อยคน ! เท่าที่ผมได้อยู่กลุ่ม คนสำเร็จ .. พวกเขาเปลี่ยนชีวิต ทางการเงิน กันเลยทีเดียว! หลายคนมีเงินในบัญชี 8 หลัก !! ให้ตายเถอะ! เพียงแค่ 1-2 ปี เพียงแค่ “โปรเจกต์ การลงทุน” เดียว พวกเขาเปลี่ยนชีวิต!


แต่ทว่า .. วงการการลงทุน ที่ให้ผลตอบแทนสูงเป็น “รายเดือน” แบบนี้ ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีปัญหา


เมื่อผมมีเงิน แน่นอนว่า สิ่งหนึ่งที่ผมเคยศึกษามาจากหนังสือการลงทุนต่างๆ คือ การกระจายพอร์ตลงทุนไปที่อื่นๆ บ้าง !


โปรเจกต์แรก ที่ผมลงทุน เขาจ่าย ปันผล กำไร เฉลี่ย เดือนละ 4-8% ลองคิดดูสิว่า เวลาผม ลงทุน ในโปรเจกต์ ต่อๆ ไป ผมจะเล่น ปันผล กำไร ที่มากหรือน้อยกว่า ?


ใช่แล้ว ! ผมต้องเลือกที่มันมากกว่า ! ผมกระจายการลงทุน ในอีกหลายโปรเจกต์ ทั้งหลักแสน หลายแสน จนถึง หลักล้าน ! โดย ปันผลกำไร อยู่ที่ 5-30% ต่อเดือน ! .. ผลลัพธ์น่ะหรือ !? ส่วนใหญ่ เจ๊งสิครับ !


แต่ผมคิดถึงคำของ เจ้าสัว ธนินท์ ที่ว่า "ถ้าคุณทำ 10 อย่าง สำเร็จเพียง 3 อย่างก็ถือว่าเก่งแล้ว ทำเยอะก็ยิ่งผิดเยอะ แต่คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย" … ถ้อยคำนี้ ปลอบใจผมได้ดีทีเดียว !

ผมลองผิด ลองถูก บาดเจ็บ จนช่วงนึง มึนไปเหมือนกัน ! ผมสูญเงิน เสียหายหลายล้านบาท! .. ความเจ็บปวด ที่น่าเศร้าใจมากที่สุดคือ ตอนที่เราแนะนำ โปรเจกต์ การลงทุน ให้กับ คนในครอบครัว ของเราเอง และ สุดท้าย ต้อง สูญเงินทั้งหมดไป!

ในเรื่องการลงทุน ผมทำหน้าที่เป็น Agent และเมื่อผมพูดเรื่องการลงทุน ในงานสัมมนา ผมไม่เคยที่จะ “รับประกัน” ใคร กับการลงทุน ในทุกโปรเจกต์ กฏของกลุ่มเรา คือ คนที่ลงทุนต้องใช้ “เงินเย็น” ในการลงทุน และ รับความเสี่ยงด้วยตนเองได้ ..


ในกรณี เกิดเหตุไม่คาดคิด การลงทุนนั้น ปิดตัวไป ผมจะทำหน้าที่ตามเงิน ให้ถึงที่สุดเช่นกัน


ในช่วงปี 2015 -2016 เป็นช่วงที่ผม ได้ทำหน้าที่ และตามเงินที่ถูกโกงไป ไม่ว่าจะเป็น โรงพัก กองปราบ DSI ร้องขอความช่วยเหลือจาก ทหาร ขึ้นศาล จนถึง จ้างทนาย .. ผมทำมาทุกอย่างแล้ว ! ตอนนี้ เลยมีคอนเนคชั่น และรู้ กฏหมายเพิ่มเติม เยอะเลยทีเดียว!

ช่วงเวลานี้ ทำให้ผมได้มีบทเรียนเยอะมาก .. ยามที่เรามั่งมี มีเพื่อนหลายๆ คนเดินเข้ามาในชีวิตเรา แต่ยามเราวิกฤติ เราได้เห็นเลยว่า “เพื่อนแท้” คือใคร !?


ขงจื๊อ กล่าวว่าเกียรติภูมิที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เราไม่เคยล้ม แต่อยู่ที่เราลุกขึ้นได้ทุกครั้งที่ล้มลง


ไอนสไตน์ กล่าวต่อ “คนที่ไม่เคยทำผิดพลาด คือคนที่ไม่เคยทำอะไรใหม่ๆ”


ผมเชื่อในคำสอนนี้ตลอดมา .. มันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะทำ “สิ่งใหม่ๆ” แล้วจะไม่ให้ผิดพลาดเลย !


จากจุดวิกฤติทางการเงิน ความล้มเหลวที่ผ่านมา ทำให้ผมได้ “ประสบการณ์” และมี ตรรกะ ในการวิเคราะห์ โปรเจกต์ การลงทุนมากขึ้น ทำให้ผมผิดพลาดน้อยลง และ พอร์ต การลงทุนของผม กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง


ปี 2016 อิสรภาพทางการเงินและเวลา ของผมกลับมาอีกครั้ง ผมมี Passive Income แบบพอเลี้ยงตัวได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ฟู่ฟ่า เหมือนตอนที่ รุ่งๆ ช่วงปี 2014 แต่ผมกลับรู้สึกว่า ตนเองเติบโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้น รู้จักใช้เงินมากขึ้น บริหารการเงินได้ดีขึ้น และสามารถเลือกลงทุน ในโปรเจกต์ ที่น่าสนใจ ได้เฉียบคมขึ้น ...

จนถึงวันนี้ ผมจึงได้เส้นทางสายใหม่ในการสร้างธุรกิจ ซึ่งผมเรียกมันว่า "Passive Income Business" และทำให้ผมสามารถยืนหยัดในโลกการลงทุน ได้อย่างเต็มภาคภูมิ